วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เพียงคิดเป็นภาพความสำเร็จก็มีขึ้น

เพียงคิดเป็นภาพความสำเร็จก็มีขึ้น
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
                นักประดิษฐ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสองพี่น้องตระกูลไรท์ที่คิดค้นเครื่องบินขึ้นมาได้ โทมัส เอดิสันที่คิดค้นหลอดไฟฟ้าขึ้นมาได้ สตีฟ จอบส์ ที่คิดค้นแอปเปิลคอมพิวเตอร์และสินค้าอื่นๆของบริษัท ก่อนที่เขาเหล่านี้จะประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาได้ พวกเขาจะต้องมีภาพของสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ขึ้นมาภายในใจก่อน
                การคิดเป็นภาพจึงมีความสำคัญต่อความสำเร็จ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ถึงกับกล่าวว่า “ จินตนาการมีความสำคัญกว่าความรู้ ” หรือ นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศส เรเน่ เดสการตส์ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังได้กล่าวว่า “ ฉันคิด ดังนั้นฉันจึงเป็น ” ซึ่งก็ถือว่ามีความเป็นจริงอย่างยิ่ง เพราะเคยมีการวิจัยว่า คนธรรมดามักจะคิดเป็นคำ แต่อัจฉริยะมักคิดเป็นภาพ จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าในยุคปัจจุบันเรามักจะเห็น ผู้ที่สร้างเครื่องมือต่างๆ โดยสร้างให้เป็นแผนภาพ แผนภูมิ แผนภาพใยแมงมุม Mind Map เป็นต้น
-                    Mind Map เป็นตัวอย่างได้อย่างดีในการอธิบายในเรื่องนี้  Mind Map คิดค้นโดย โทนี่ บูซาน เป็นเครื่องมือในการจัดหมวดหมู่ เชื่อมโยงคำต่างๆ ให้เป็นภาพ เพื่อให้ง่ายต่อความจำ ซึ่งประโยชน์ของ Mind Map มีมากมาย เช่น ทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจเรียน สนุกสนานไม่เบื่อ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ง่ายขึ้น ฯลฯ
การคิดเป็นภาพจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จ ในการฝึกอบรม ในการ
สัมมนา เกี่ยวกับเรื่องของความสำเร็จ ผมมักแนะนำผู้รับการอบรม หรือ ผู้ที่สัมมนา ให้ฝึกคิดเป็นภาพหรือฝึกจินตนาการทุกๆวัน เกี่ยวกับเรื่องของเป้าหมายหรือความฝันของตนเอง เวลาที่เหมาะสมคือ ช่วงที่คุณกำลังเพลินกับการอาบน้ำ ช่วงนั่งรถไปทำงานและก่อนนอนหลับตอนกลางคืน อีกทั้งยังแนะนำเพิ่มเติมให้ติดภาพของเป้าหมายหรือความฝันที่ต้องการติดตามห้องนอน ห้องทำงาน เพื่อที่จะได้จดจำได้ง่ายขึ้น เช่น นำภาพบ้านที่ต้องการ , รถยนต์ที่ต้องการ , จำนวนเงินที่ต้องการ และสิ่งต่างๆที่ต้องการติดตามสถานที่ต่างๆ ที่ทำให้เราเห็นอยู่เสมอ
                เคยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ได้นำเอานักเทนนิสโดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งซ้อมจริง กลุ่มที่สองไม่ต้องซ้อมเลย และกลุ่มที่สามซ้อมจากจินตนาการไม่มีการซ้อมจริง ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ซ้อมจริงฝีมือออกมาปกติคงที่ กลุ่มที่สอง ไม่มีการซ้อมเลย ฝีมือแย่ลง และกลุ่มที่สาม ที่ซ้อมจากจินตนาการไม่มีการซ้อมจริงผลปรากฏว่า มีฝีมือออกมาปกติคงที่ เช่นเดียวกับกลุ่มที่หนึ่ง ดังนั้นการฝึกซ้อมโดยคิดเป็นภาพหรือการซ้อมจากจินตนาการมีความสำคัญเพราะสมองมักแยกไม่ออกระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องในจินตนาการ
                หากว่าคุณต้องการประสบความสำเร็จในด้านใด ไม่ว่าต้องการเป็นนักพูด นักร้อง นักดนตรี นักแสดง นักขาย ฯลฯ ลองฝึกคิดให้เป็นภาพหรือจินตนาการดู เช่น หากว่าคุณปรารถนาอยากเป็นนักพูด จงฝึกคิดเป็นภาพหรือจินตนาการว่า คุณกำลังขึ้นไปพูดบนเวทีพูดต่อหน้าที่ชุมชนกับผู้คนจำนวนมากมายหลายพันคน ถามว่าทำไมต้องจินตนาการว่ามีหลายพันคน เพราะถ้าหากคุณคิดเป็นภาพหรือจินตนาการว่ามีคนมาฟังแค่สิบยี่สิบคน แล้วถ้าหากคุณไปพูดจริงๆ มีคนฟังเป็นร้อยคนคุณจะรู้สึกตื่นเต้นเนื่องจากมีคนมาก ไหนๆจะคิดเป็นภาพหรือจินตนาการทั้งทีควรฝึกคิดเป็นภาพหรือจินตนาการให้ใหญ่ไปเลย จินตนาการว่ามีคนมาฟัง หลายพันคน ถ้าเกิดในอนาคตมีคนมาฟังแค่ร้อยสองร้อยคนคุณจะรู้สึกมีความประหม่าน้อยลง เป็นต้น
                ดังนั้น ถ้าหากว่าท่านปรารถนาความสำเร็จ การฝึกคิดเป็นภาพหรือฝึกการจินตนาการจึงเป็นสิ่งที่ท่านควรฝึกฝนทุกๆวัน ฝึกให้เป็นนิสัยโดยการจัดเวลาในการฝึกคิดเป็นภาพหรือจินตนาการ ผู้ประสบความสำเร็จจำนวนมากใช้เทคนิคนี้แล้วได้ผล ไม่ว่าจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จในประวัติศาสตร์หรือในยุคปัจจุบัน
               

การเข้าสังคมดีก็จะมีสิ่งดๆเข้ามา


เข้าสังคมดีก็จะมีสิ่งดีๆเข้ามา
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
                การอยู่ในสังคมที่ดี การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเราประสบความสำเร็จในชีวิต พวกเรามักคงเคยได้ยินคำกล่าวของคนโบราณต่างๆ เช่น
-                    คบคนพาลพาลไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล กล่าวคือ หากคบคนไม่ดีเป็นมิตรคนเหล่านั้นก็มักจะชักจูงเราไปในทางที่เสียหาย แต่หากว่าเราคบคนดีเป็นมิตร คนดีก็มักจะสั่งสอนแนะนำเราไปในทางที่ดีๆ เช่น แนะนำให้รู้จักทำมาหากินในทางที่สุจริต ,  การให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ฯลฯ
-                     ท่านอยากเป็นเปรตในหมู่ปราชญ์หรืออยากเป็นปราชญ์ในหมู่เปรต (หากท่านอยากเป็นเปรตในหมู่ปราชญ์ในอนาคตท่านอาจจะได้เป็นปราชญ์แต่ถ้าหากว่าท่านอยากเป็นปราชญ์ในหมู่เปรตในอนาคตท่านอาจจะได้เป็นหัวหน้าเปรตในที่สุด)
 การคบเพื่อนดีๆ การคบคนดีๆ จะเป็นเสมือนการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในเบื้องต้นให้แก่ตัวเรา อีกทั้งการเข้าสังคมกับคนดีๆ มักจะทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตอีกด้วย  กฎแห่งแรงดึงดูด น้ำกับน้ำมันเข้ากันไม่ได้ฉันใด คนดีกับคนไม่ดีมักเข้ากันไม่ได้ฉันนั้น คนที่เหมือนกันมักดึงดูดเข้าหากัน คบคนเช่นใดย่อมเป็นเช่นนั้น
                จึงไม่ต้องแปลกใจ หากว่าคนที่มีความสนใจเหมือนกันมักอยู่ร่วมกัน เช่น คนสนใจการพูดก็จะอยู่รวมกันในสโมสรฝึกการพูดต่างๆ , คนที่สนใจการเขียนก็มักจะอยู่ในชมรมนักเขียน , คนที่สนใจกีฬาฟุตบอลก็มักจะดูฟุตบอลเล่นฟุตบอล , คนสนใจเรื่องของการถ่ายรูปก็มักจะรวมตัวกันตั้งกลุ่มชมรมถ่ายรูป ฯลฯ
                หากว่าท่านต้องการประสบความสำเร็จด้านใด จงนำตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มหรือสังคมดังกล่าว ท่านก็จะมีโอกาสในการประสบความสำเร็จในด้านนั้นๆ ความสำเร็จนั้นอาจเกิดได้จากการสนับสนุนของคนในสังคมหรือคนในกลุ่มนั้นๆ ตัวอย่าง คนภายในสังคมนั้นๆให้ความช่วยเหลือแก่ท่านในด้านต่างๆ ให้คำแนะนำ หางานทำให้แก่ท่าน พาท่านไปหาบุคคลที่สามารถช่วยเหลือท่านได้ หรือการได้รับความรู้ทางด้านเทคนิคต่างๆเพิ่มเติม ฯลฯ
ด้วยเหตุนี้การเข้าสู่สังคมที่ดีๆ การเข้าสู่สิ่งแวดล้อมที่ดี และการเลือกคบคนดีๆ มักมีอิทธิพลต่อความสำเร็จของคนเรา

               


วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

จงเรียนรู้ตลอดชีวิต


จงเรียนรู้ตลอดชีวิต
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
                โลกยุคปัจจุบันเป็นโลกยุคของการแข่งขัน เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วตามกระแสโลกาภิวัฒน์  ทั้งในเรื่องของ เทคโนโลยี(IT) , ระบบการทำการค้าธุรกิจ , สภาพการเมือง , สภาพสังคม , สภาพทางเศรษฐกิจ ฯลฯ บุคคลที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตจึงต้องเป็นบุคคลที่มีนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะทำให้ท่านมีมันสมองที่เฉียบคมและสามารถมองปัญหา วิเคราะห์ปัญหาได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็วกว่าคนที่ไม่มีนิสัยเรียนรู้ตลอดชีวิต
                คนหลายคนมักคิดว่าตนเองเรียนจบปริญญาตรีแล้ว ไม่ต้องเรียนอีกก็ได้ แต่ในความเป็นจริงการเรียนรู้นอกห้องเรียนหรือการเรียนรู้ในชีวิตจริงๆ มีความสำคัญมากกว่าการเรียนรู้ในห้องเรียนเสียอีก เราสามารถสร้างนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ดังนี้
                1.จงมีความใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา ในชีวิตของคนๆหนึ่ง เราไม่สามารถเรียนรู้อะไรได้ทั้งหมด พระพุทธองค์เคยตรัสไว้ว่า ธรรมะที่พระองค์รู้เปรียบเสมือนใบไม้แค่หนึ่งกำมือ ก็ขนาดธรรมะที่พระองค์ถ่ายทอดยังมีแค่หนึ่งกำมือแล้วความรู้ต่างๆทั่วโลกจะมีมากมายขนาดไหน ดังนั้นถ้าหากท่านหยุดเรียนรู้ แต่ในขณะที่คนอื่นๆ เรียนรู้ ท่านก็จะกลายเป็นคนล้าหลังทันที จงเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกๆวัน ตลอดเวลา
                2.จงเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ ศาสตร์ในโลกนี้มีมากมายหลากหลาย เราไม่สามารถเรียนรู้ได้ทั้งหมด คนที่ประสบความสำเร็จมักจะเรียนรู้ตลอดเวลาในสิ่งที่ตนเองถนัดหรือตนเองชอบ เช่น อเล็กซานเดอร์ เกแฮม เบลล์ เป็นนักประดิษฐ์ท่านทุ่มเทคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ตลอดเวลา ท่านไม่เคยทุ่มเทเสียเวลามากมายไปกับเรื่องที่เกี่ยวกับงานประพันธ์ เรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง ท่านสนใจในงานประดิษฐ์และเรียนรู้ตลอดชีวิตจนท่านสามารถคิดค้นวิธีสร้างโทรศัพท์ เป็นต้น
                3.จงทำรายการหรือออกแบบเครื่องมือ ตรวจสอบการเรียนรู้ เช่น คุณอาจจะจดบันทึกทุกๆวัน ว่าในแต่ละวันคุณได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น ลองสำรวจ ตรวจสอบ ความก้าวหน้าในทุกๆ วัน หากวันไหนไม่ได้เรียนรู้หรือพัฒนาตนเองเพิ่มเติมแล้วเราจะมีวิธีการปรับปรุง แก้ไขอย่างไร
                4.เลือกบุคคลที่เป็นต้นแบบ บุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่มีแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจนั้นอาจมาจากบุคคลที่เป็นต้นแบบ จึงได้ลอกเลียนแบบ พัฒนา เรียนรู้ ตามบุคคลที่เป็นต้นแบบจนประสบความสำเร็จ กล่าวคือ คนบางคนอยากจะเป็นนักเขียนแบบทมยันตี เลยศึกษาประวัติของทมยันตี ศึกษาวิธีการทำงาน ศึกษาวิธีใช้ชีวิต แล้วจึงเลียนแบบวิธีการเขียนหนังสือ จนพัฒนาเป็นนักเขียนชื่อดังแบบทมยันตี หรือ บางคนอยากจะเป็นนักพูดแบบอาจารย์จตุพล ชมพูนิช จึงลอกเลียนแบบวิธีการพูด วิธีการฝึกการพูดของอาจารย์จตุพล ชมพูนิช จนในที่สุดก็เป็นนักพูดที่มีชื่อเสียงขึ้นมาได้ เป็นต้น
                5.จงปลดแอกตัวเองจากความคิดเดิมๆ  จงเปลี่ยนวิธีคิดชีวิตเปลี่ยน ชีวิตของคนส่วนใหญ่มักไม่ชอบเรียนรู้สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ เนื่องจากมีวิธีคิดแบบเดิมๆ เช่น ไม่คิดถึงอนาคตของตนเอง , ไม่มีเป้าหมายของชีวิต , คิดว่าตนเองเกิดมาไม่เก่ง , ไม่รู้จะดิ้นรนไปทำไม ฯลฯ บุคคลที่มีความคิดในลักษณะนี้มักจะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ดังนั้นท่านต้องปลดแอกตัวเองจากความคิดเดิมๆ อาจจะต้องคิดใหม่ เช่น คิดถึงเรื่องของเป้าหมายในชีวิต , คิดถึงอนาคตที่ก้าวหน้าของตนเอง เป็นต้น ก็จะทำให้ท่านเปลี่ยนนิสัยรักการเรียนรู้ขึ้นมาได้
                ชีวิต คือ การเรียนรู้ ดังนั้น หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเป็นคนที่มีนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ท่านลองปฏิบัติตามคำแนะนำในข้างต้นนี้ แล้วชีวิตของท่านจะเกิดการพัฒนาหลายๆ ด้านขึ้นมา เช่น เรื่องของการทำงาน , เรื่องของการพัฒนาตนเอง , เรื่องของการรักษาสุขภาพ , เรื่องของมนุษย์สัมพันธ์ ฯลฯ  จงรักการเรียนรู้แล้วชีวิตของท่านจะดีขึ้นมาอย่างแน่นอนครับ
                                               

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

จงเผชิญหน้ากับความตกต่ำ


จงเผชิญหน้ากับความตกต่ำ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
                ความตกต่ำ เป็นสิ่งที่คนเราไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความตกต่ำในชีวิต ความตกต่ำของภาวะจิตใจ ความตกต่ำของสภาพร่างกาย แต่ในความจริงเราไม่สามารถเลี่ยงหนีกับความตกต่ำนั้นได้ ดังคำสอนทางพุทธศาสนาเรื่อง โลกธรรม 8 คือ ได้ลาภ , ได้ยศ , ได้รับสรรเสริญ ,ได้สุข , เสียลาภ , เสื่อมยศ ,ถูกนินทาและพบความทุกข์  สิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ถึงแม้ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ทุกๆคนต้องประสบ แต่จะพบมากหรือน้อย ช้าหรือเร็ว เท่านั้นเอง
                การดำเนินชีวิตของคนเราหรือการทำงาน เราก็ต้องพบเจอกับความตกต่ำเช่นกัน แต่ทั้งนี้บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักจะทำความเข้าใจธรรมชาติของมันว่า ความตกต่ำเป็นสิ่งที่ไม่ถาวรเป็นสิ่งชั่วคราว ในความจริงแล้วช่วงชีวิตของคนเรามีขึ้น มีลง หากทำความเข้าใจธรรมชาติตรงนี้ได้ก็จะทำให้ความวิตกกังวลลดน้อยลง
                สำหรับเทคนิคในการเผชิญหน้ากับความตกต่ำมีดังนี้
                1.สร้างแรงบันดาลใจหรือเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต คนที่ประสบความสำเร็จมักมีเป้าหมายหรือแรงบันดาลใจในชีวิต การมีเป้าหมายและแรงบันดาลใจจะทำให้เรามีชีวิตที่ไม่จืดชืด แต่มีความกระตือรือร้น ความทะเยอทะยาน เมื่อตกอยู่ในสภาพตกต่ำก็ไม่ท้อถอยง่ายๆ
                2.เรียนรู้นิสัยและปรับปรุงตัวเอง คนบางคนเมื่อพบกับความตกต่ำมักใช้เวลาในการปรับสภาพหรือทำใจนาน แต่คนบางคนเมื่อพบกับความตกต่ำก็ใช้เวลาสั้นๆหรือไม่นานนักในการทำใจ หากใครที่ปรับสภาพหรือทำใจนาน ก็มักจะตกอยู่ในสภาพตกต่ำนานและพบกับความทุกข์ ดังนั้นจงเรียนรู้และพัฒนาจิตใจให้เป็นคนเข้มแข็ง ทำใจให้ลุกขึ้นสู้กับสภาพตกต่ำก็จะทำให้ท่านเกิดภาวะตกต่ำที่ไม่รุนแรงและไม่กินเวลานาน
                3.ยอมรับความจริงและกล้าเผชิญหน้า คนที่ประสบความสำเร็จเขามักจะไม่โอดครวญ ถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แต่เขาจะยอมรับความจริงและกล้าเผชิญหน้าอย่างท้าทาย เขาจะไม่ด่าดินฟ้าอากาศ เขาจะไม่ด่าทอเทพพระเจ้าองค์ใด แต่เขาจะเตรียมพร้อมที่จะรับมือ อีกทั้งยังมีความคิดในแง่บวกว่าอุปสรรคต่างๆ เป็นเครื่องทดสอบจิตใจ
                4.ขอคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ ในบางครั้งความตกต่ำเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัส ในบางเรื่องเราก็ไม่เคยพบเจอ เราควรขอคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์หรือบุคคลที่เคยเผชิญกับความตกต่ำมาก่อน ว่าเขามีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร การขอคำแนะนำดังกล่าวจะทำให้เรา มีวิธีการในการแก้ไขปัญหามากขึ้น
                5.นึกถึงอดีตที่เราสามารถเอาชนะความตกต่ำได้ ในช่วงชีวิตของเราในอดีตมักมีบางช่วงที่มีความตกต่ำ แต่เราก็สามารถผ่านพ้นมาได้ การนึกถึงอดีตที่เราสามารถผ่านอุปสรรคต่างๆมาได้จะทำให้เราเกิดกำลังใจ กำลังความคิด ในการแก้ไขปัญหา
                6.รู้จักปล่อยวาง ทุกสรรพสิ่งในโลกเรานี้ มักมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป จิตใจหรือเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเราก็เช่นกัน ก็มี เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป ถ้าภาวะความตกต่ำ บางอย่างเราแก้ไขไม่ได้ก็คงต้องปล่อยให้มันดับไปเอง โดยการต้องรู้จักปล่อยวาง เมื่อวัน เวลา เปลี่ยนแปลงไป ทุกอย่างก็จะคลี่คลายไป
                7.มองคนที่เขาตกต่ำหรือลำบากกว่าเรา จะทำให้เราเกิดกำลังใจ ความมานะบากบั่นในการต่อสู้เหตุการณ์ หากเราสังเกตและศึกษาประวัติต่างๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เขาเคยตกต่ำและลำบากกว่าเราแต่เขาก็สามารถผ่านพ้นมาได้ หรือหากเราดูข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ เราก็จะเห็นว่ามีคนในโลกนี้อีกมากมายที่ลำบากกว่าเราหรือตกต่ำกว่าเรา
                ดังนั้นการเผชิญหน้ากับความตกต่ำ จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถ ความอดทนและท้าทายจิตใจ เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหลีกหนีมันได้ ฉะนั้นจึงขอให้เราเผชิญหน้ากับมันโดยอาศัยเทคนิคดังกล่าวคือ การสร้างแรงบันดาลใจหรือเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต ,  เรียนรู้นิสัยและปรับปรุงตัวเอง , ยอมรับความจริงและกล้าเผชิญหน้า , ขอคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ , นึกถึงอดีตที่เราสามารถเอาชนะความตกต่ำได้ ,  รู้จักปล่อยวาง และมองคนที่เขาตกต่ำหรือลำบากกว่าเรา