วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

อัจฉริยะอยู่ที่ตัวท่าน

อัจฉริยะอยู่ที่ตัวท่าน
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
                พวกเราหลายๆคน คงเคยได้อ่านประวัติของบุคคลที่เป็นอัจฉริยะกันบ้างแล้ว ถ้าว่าอัจฉริยะสามารถสร้างกันได้ไหม ได้ครับ หากว่าเราลองไปศึกษาประวัติของบุคคลที่เป็นอัจฉริยะ หลายๆท่านจะทำให้เราเรียนรู้ว่าอัจฉริยะอยู่ที่ตัวท่านเองและสามารถสร้างกันได้ โดยมีข้อแนะนำดังนี้
                1.โทมัส อัลวา เอดิสัน กล่าวว่า “ อัจฉริยะเกิดจากแรงบันดาลใจเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ อีก 99 เปอร์เซ็นต์คือความอุตสาหะ” ฉะนั้นจากคำกล่าวของ โทมัส อัลวา เอดิสัน ทำให้เราทราบว่า ความอุตสาหะ พากเพียร ทำให้เกิดความเป็นอัจฉริยะขึ้น ดังเช่น หลวงวิจิตรวาทการได้ทำงานหนักด้วยความอุตสาหะ พากเพียร จนได้ชื่อว่าเป็นผู้มีสามารถหลากหลายหรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นบุคคลที่มีความเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งได้
                2.อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวว่า “ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ” บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักมีจินตนาการสูง บุคคลที่เป็นนักประดิษฐ์คิดค้น นักวิทยาศาสตร์ นักสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มักจะจินตนาการเห็นภาพของสิ่งต่างๆหรือสินค้านั้นก่อน หลังจากนั้นก็จะลงมือร่างในกระดาษเปล่า แล้วดำเนินการสร้างหรือประดิษฐ์ทันที จินตนาการจึงมีความสำคัญต่อบุคคลที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งแปลกๆใหม่ๆ ขึ้นในโลกนี้
                3.สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวว่า “ การเป็นผู้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งจนมีความเชี่ยวชาญและรู้จักใช้คำพูดที่ดี เหล่านี้คือโชคดี” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอีกผู้หนึ่งที่โลกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะบุคคล ท่านเรียนรู้สิ่งที่ท่านสอนผู้คนอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งปฏิบัติจนเกิดความเชี่ยวชาญและยังเป็นบุคคลที่โลกยกย่องให้เป็นนักพูดที่เก่งกาจ ทั้งพูดให้ผู้ฟังคิด พูดให้ผู้ฟังเกิดการปฏิบัติตาม หากท่านต้องการเป็นอัจฉริยะบุคคล ท่านควรเรียนรู้สิ่งที่ท่านทำจนให้เกิดความเชี่ยวชาญและควรฝึกฝนการพูดให้ได้ดี ท่านก็จะประสบความสำเร็จ
                4.แฟรงคลิน ดี.รุสเวลทต์ อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “ เราไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวนอกจากเจ้าตัวความกลัวเท่านั้น ” บุคคลธรรมดาทั่วโลก มักมีความกลัวต่างๆ มากมายจึงทำให้ไม่กล้าที่จะลงมือทำงานที่ยิ่งใหญ่ ทำงานที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆและทำงานที่หนักได้ เช่น กลัวถูกวิจารณ์ กลัวถูกตำหนิ กลัวความไม่มั่นคงปลอดภัย กลัวความตาย กลัวพลัดพลาดจนคนที่เรารัก กลัวเจ็บป่วย กลัวอันตราย กลัวการถูกปฏิเสธ ฯลฯ ฉะนั้นหากท่านมีความกล้ามากขึ้น ท่านลดความกลัวต่างๆให้น้อยลง ท่านจะเป็นคนหนึ่งที่สามารถทำงานที่ยิ่งใหญ่ ทำงานที่สร้างสรรค์และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขขึ้น
                5.วอลเทอร์ อีเลียส ดิสนีย์หรือวอลท์ ดิสนีย์ เจ้าของสวนสนุกที่มีชื่อเสียงระดับโลก กล่าวว่า “ หากคุณได้ทำงานที่คุณรัก คุณจะประสบผลสำเร็จที่แท้จริง ” บุคคลที่ยิ่งใหญ่หรือเป็นอัจฉริยะบุคคลมักรักในงานที่ตนทำ หากว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่รักในงานที่ท่านทำแล้วท่านสามารถพัฒนาตนเอง เรียนรู้ ฝึกฝน อดทน สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในงานของท่าน ท่านก็สามารถเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ
                บุคคลที่มีความเป็นอัจฉริยะทั้ง 5 ท่านที่ได้กระผมได้เขียนไว้ข้างต้น อาจทำให้ท่านผู้อ่านได้แง่คิดและความรู้ในการปรับปรุงพัฒนาตัวท่านเอง ความเป็นอัจฉริยะสามารถ ฝึกฝน เรียนรู้ได้ ด้วยการทุ่มเททำงานอย่างหนัก มีจินตนาการ มีการเรียนรู้ฝึกฝนและการสื่อสารที่ดี มีความกล้าที่จะทำและมีความรักในงานของท่าน ความเป็นอัจฉริยะก็จะอยู่ที่ตัวท่าน





หากรู้จักตนเองก็สำเร็จไปกว่าครึ่ง


หากรู้จักตนเองก็สำเร็จไปกว่าครึ่ง
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
                สตีฟ จอบส์และบิล เกตส์ ไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัย แต่ลาออกในขณะที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ เพราะทั้งคู่รู้ว่าตนเองชอบอะไร , ไทเกอร์ วูดส์ รู้ว่าตนชอบเล่นกีฬาประเภทกอล์ฟ มาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ อีกทั้งหยุดการเรียนมหาวิทยาลัยขณะเรียนปีที่ 2 เพื่อออกไปเล่นกอล์ฟเป็นอาชีพ ,  มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook ร่วมกับเพื่อนพัฒนา Faecbook ตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด หลังจากนั้นก็หยุดการเรียนแล้วเป็นผู้บริหารของFaecbook อย่างเต็มตัว
                บุคคลข้างต้นนี้ หยุดเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อออกมาทำในสิ่งที่ตนเองชอบหรือรักและบุคคลที่ประสบความสำเร็จอีกมากมายที่ยังไม่เคยมีโอกาสเรียนในมหาวิทยาลัย แต่เขาก็ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าคนที่เรียนในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพราะเขาเหล่านั้นรู้ว่าตนเองชอบหรือรักอะไร  ดังนั้นหากท่านรู้จักตนเองว่าตนชอบหรือรักอะไร ท่านก็จะประสบความสำเร็จไปกว่าครึ่ง
                จงค้นหาสิ่งที่ตนเองรัก ชอบ หรือมีศักยภาพในการทำสิ่งนั้น ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องมีการลองผิดลองถูก หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอาชีพ ถึงแม้ว่าท่านจะต้องใช้เวลาค้นหาชั่วชีวิตของท่านก็ตาม แต่ยังดีกว่าท่านไม่ได้ค้นหาตัวตนของท่านจริงๆ  ดังเช่นผู้พันแซนเดอร์สค้นหาตัวตนเจอก็ตอนอายุมากแล้วแต่ก็สามารถประสบความสำเร็จจนโด่งดังไปทั่วโลก
                ผู้พันแซนเดอร์ส แห่ง ไก่ทอด KFC ค้นหาตัวตนเจอตอนอายุ 65 ปี หลังจากทำงานมากมายหลากหลายอาชีพ เช่น ทำงานในฟาร์ม คนขับรถบรรทุก พนักงานขายประกัน  พนักงานดับเพลิง ทหาร แต่ทักษะด้านการทำอาหารเป็นสิ่งที่เขาทำอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เขาจึงตัดสินใจทำสูตรไก่ทอดที่อร่อยที่สุดในโลกเมื่อตอนอายุ 65 ปี
                จงอย่าเลือกงานเพราะได้เงินมาก แต่จงเลือกงานที่ท่านรัก ท่านชอบ ท่านมีความเชี่ยวชาญ ถนัดและท่านมีความสุขกับงานนั้น อีกทั้งท่านก็เชื่อมั่นว่าท่านเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น ท่านก็จะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
                สำหรับคนที่ไม่รู้จักตนเอง ส่วนมากมักจะล้มเหลวในชีวิตการทำงาน เพราะด้วยความไม่รู้จักตนเอง บางคนไม่มีทางเลือก คนเหล่านี้ต้องก้มหน้าทำงานที่ตนเองไม่ถนัด ไม่ชอบ ไม่รัก ไม่มีความเชี่ยวชาญ นานตั้งหลายสิบปี รอจนหมดไฟบางคนต้องทนจนกระทั่งจบฉากของชีวิตไป
                คนเรากลัวการเปลี่ยนแปลงแต่คนเราจะเจริญก้าวหน้าก็ด้วยเพราะการเปลี่ยนแปลง คนเราในโลกนี้มักกลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงอาชีพในปัจจุบัน หลายคนรู้ตัวว่าตนรักหรือชอบอะไร แต่ก็ไม่กล้าที่จะลงมือทำ เหตุก็เพราะกลัวสิ่งต่างๆ เช่น กลัวว่าจะไม่มั่นคง กลัวว่าจะทำไม่ได้ กลัวความลำบาก ฯลฯ ซึ่งบุคคลเหล่านั้นก็จะเป็นได้แค่นักฝัน นักจินตนาการ นักพร่ำบ่น เท่านั้น จงกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงหากท่านต้องการความสำเร็จ

เคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐีระดับโลก

เคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐีระดับโลก
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวกับชีวประวัติของบุคคลที่ประสบความสำรวจ รวมทั้งชอบอ่านหนังสือประวัติของมหาเศรษฐีระดับโลกด้วย เช่น โดนัลด์ เจ ทรัมพ์ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ , บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ , ซึซึมิ โยชิอากิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น , สตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ล ฯลฯ
                จากการอ่านและศึกษา ค้นคว้า ทำให้ผมได้ทราบแนวความคิดในเรื่องของความสำเร็จที่บุคคลเหล่านี้ ใช้ในการดำเนินชีวิตและใช้ในการทำธุรกิจ หากท่านมีโอกาสท่านลองตามไปอ่านหนังสือของบุคคลเหล่านี้ ท่านจะได้แง่มุมหลายๆอย่าง แต่หากท่านไม่มีเวลามากพอกระผมขอสรุปแนวความคิดของบุคคลเหล่านี้ ด้วยวาทะหรือคำพูดต่างๆของพวกเขา อาจจะทำให้ท่านจุดประกายความคิดที่ประสบความสำเร็จได้
                จงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า
โดนัลด์ เจ ทรัมพ์ กล่าวว่า “ แรงปรารถนา คือ สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสำเร็จอย่างแท้จริง หากคุณทำงานหนักโดยที่ไม่มีแรงปรารถนา คุณก็จะต้องสูญเสียพลังงานอย่างมากมายไปเปล่าๆ คุณจะต้องมีความต้องการอะไรบางอย่างที่สำคัญอยู่ด้วย”
                ดังนั้น หากบุคคลใดต้องการความสำเร็จไม่ว่าในเรื่องใด คุณต้องเพิ่มความปรารถนาอย่างแรงกล้า เข้าไป หากว่าคุณขาดแรงปรารถนาอย่างแรงกล้า ก็จะทำให้คุณขาดความกระตือรือร้น ขาดการต่อสู้ที่อยากที่จะประสบความสำเร็จ ดังนั้น ความปรารถนาอย่างแรงกล้า จึงเป็นคุณสมบัติหนึ่งของบรรดามหาเศรษฐี
                ททท.หรือทำทันที
บิล เกตส์ กล่าวว่า “ชีวิตไม่ได้แบ่งเป็นเทอม ไม่มีช่วงซัมเมอร์ แล้วเจ้านายส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนใจจะให้คุณปิดเทอมไปค้นหาชีวิตคุณหรอกนะ ถ้าจะไปค้นหาอะไร ทำซะเดี๋ยวนี้ด้วยเวลาที่คุณยังมี”
                ดังนั้น จง ททท.หรือทำทันที ไม่ต้องรอเวลาหรือโอกาส หากว่าต้องการความสำเร็จเมื่อมีเป้าหมาย มีการวางแผนหรือมั่นใจแล้ว จงลงมือทำทันที นี่คือคุณลักษณะหนึ่งของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งแตกต่างกับบุคคลธรรมดาทั่วไปที่คิดแล้ว ไม่ยอมลงมือที่จะทำ อีกทั้งยังพลัดวันประกันพรุ่งอีกด้วย
                จงฝึกฝนและเรียนรู้
ซึซึมิ โยชิอากิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นที่ร่ำรวยที่สุดในโลกติดต่อกัน 3 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2530-2532) กล่าวว่า “ หากมีใครจับเอาคนอย่างมัตสิชิตะ โคโนะสุเกะ(ผู้ก่อตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเนชั่นแนล)และฮอนด้าโซ อิจิโร(ผู้ก่อตั้งรถยี่ห้อฮอนด้า)ไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโตเกียว เชื่อได้ว่า คนทั้งสองนี้ก็คงเป็นได้แต่เพียงข้าราชการธรรมดาๆ และไม่มีผลงานสร้างสรรค์นับร้อยนับพันชนิดให้คนทั่วโลกได้ใช้สอยกันเหมือนเช่นทุกวันนี้แน่”
                หมายเหตุ : คำพูดประโยคนี้เป็นคำพูดที่ ซึซึมิ โยชิอากิ สนทนาอยู่กับมัตสึชิตะ โคโนะสุเกะ ซึ่งเขาได้ตั้งสมมุติฐานที่สามารถทำให้ทุกคนหูผึ่งขึ้นมาได้
                ดังนั้น ซึซึมิ โยชิอากิ เขาจะให้ความสำคัญกับพนักงานที่จบปริญญาตรีหรือเรียนจบมัธยมปลายพอๆกัน ไม่ได้คำนึงว่าจบปริญญาตรีจะเก่งกว่ามัธยมปลาย แต่เขาจะเน้นเรื่องของการฝึกฝน อบรม บ่มเพาะตามกฏเกณฑ์ของบริษัทที่เขาวางระบบไว้ ซึซึมิ โยชิอากิ มีแนวความคิดเดียวกับ นักปราชญ์ชาวจีนที่ชื่อ สวินจื่อ ซึ่ง สวินจื่อเคยกล่าวไว้ว่า “ ฟ้า ไม่ได้แบ่งคนเป็นยอดคนกับปุถุชน ยอดคนจะปรากฏขึ้นเสมอ แต่นั้นมิใช่เพราะฟ้ากำหนด ยอดคนคือผู้ที่มาจากปุถุชนคนธรรมดาแต่เป็นผู้ที่ได้ผ่านการฝึกฝนอบรมมาแล้ว ในความจริงคนธรรมดาก็เป็นยอดคนได้ แต่ที่เขายังคงเป็นคนธรรมดาอยู่อย่างนั้นก็เพราะเขาไม่ได้ฝึกฝนและเรียนรู้ที่จะเป็นยอดคน ”   จงฝึกฝนและเรียนรู้ ท่านก็สามารถประสบความสำเร็จได้
                สร้างความแตกต่าง
 สตีฟ จ๊อบส์ กล่าวว่า “ นวัตกรรมทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้ตาม”
                หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเป็นผู้นำ ท่านจงสร้างความแตกต่างให้แก่ ตัวเอง องค์กร สินค้า หน่วยงาน ฯลฯ ของท่าน ดังเช่น สตีฟ จ๊อบส์ ที่ได้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ Apple , iPhone , iPad ,iPod ,iMac และiTunes  ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเป็นผู้นำและประสบความสำเร็จจงอย่าหยุดที่จะเรียนรู้ อีกทั้งควรสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง
                จาก คำคมหรือแนวความคิดของบรรดามหาเศรษฐีระดับโลก เพียงแค่ประโยคเดียว กระผมคิดว่าท่านผู้อ่านคงได้จุดประกายความคิดของท่านเองได้ไม่ใช่น้อย หากท่านต้องการประสบความสำเร็จดังมหาเศรษฐีทั้ง 4 ท่าน ท่านคงต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ท่านจะต้อง ททท.หรือทำทันที ท่านจะต้องฝึกฝนและเรียนรู้ และท่านจะต้องสร้างความแตกต่าง




วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

พลังแห่งการให้

พลังแห่งการให้
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
มือของผู้ให้ย่อมอยู่เหนือมือของผู้รับ และเราจะเป็นสุขใจเมื่อเราได้เป็นผู้ให้
                พลังแห่งการให้ เป็นบุคลิกลักษณะหนึ่งของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ เพราะคนที่ให้มักจะเป็นคนที่มีมากพอแล้ว เราถึงไม่แปลกใจว่าทำไม มหาเศรษฐีต่างๆ จึงตั้งมูลนิธิเพื่อบริจาค เงิน สิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือ ฯลฯ แก่ผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า ดังเช่น บิล เกตส์ มหาเศรษฐีชาวสหรัฐอเมริกา ได้ตั้งมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ เพื่อช่วยเหลือด้านสุขอนามัย และด้านคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนในประเทศกำลังพัฒนา
                พลังแห่งการให้ จะเป็นตัวช่วยให้คุณร่ำรวยยิ่งขึ้น ตัวอย่าง ธุรกิจคอนวีเนียนสโตร์ “ เซเว่น อีเลฟเว่น ” ก่อกำเนิดมาจากร้านขายน้ำแข็งเล็กๆ ในเมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส ของสหรัฐอเมริกา เปิดบริการขายน้ำแข็งตั้งแต่ เจ็ดโมงเช้าถึงห้าทุ่ม วันละสิบหกชั่วโมง ในขณะนั้น แต่เนื่องจากเจ้าของกิจการ “ เซเว่น อีเลฟเว่น ”  มีพลังแห่งการให้  กล่าวคืออยากให้บริการแก่ผู้คนโดยมีสินค้าที่หลากหลายจึงได้เพิ่มสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น นม ขนมปัง สบู่ ยาสีฟัน ปากกา ดินสอ สมุดฯลฯ ต่อมา ด้วยพลังแห่งการให้บริการ เจ้าของกิจการ “ เซเว่น อีเลฟเว่น ” ต้องการให้บริการแก่ชาวอเมริกามากขึ้น   จึงได้ขยายสาขาออกไปทั่วสหรัฐอเมริกา  ปัจจุบัน ด้วยพลังแห่งการให้บริการ  “ เซเว่น อีเลฟเว่น ”  ใช้ระบบโดยการเปิดร้านตลอด 24 ชั่วโมงและมีสาขาเกือบทั่วโลก
                พลังแห่งการให้ หากว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย ถามว่าแล้วเราจะให้อะไรแก่ผู้อื่นได้บ้าง ได้ครับ การเป็นผู้ให้ไม่ได้ยากเย็นอย่างที่ท่านคิด เราสามารถ ให้โดยการลงแรง ให้โดยการช่วยคิด ให้ความรู้ทางปัญญาและให้สิ่งต่างๆ เช่น
-                    การเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครต่างๆ เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ชุมชน
-                    การช่วยคนตาบอดหรือคนพิการ ข้ามถนน
-                    การให้หนังสือดีๆ สักเล่มหนึ่งหรือการให้กำลังใจ แก่คนที่ล้มเหลว เพื่อปลุกเร้าให้เขามีกำลังใจอีกครั้ง
-                    การช่วยเหลือ ทำความสะอาด แม่น้ำ ลำคลอง ถนน ที่สาธารณะต่างๆ
และมีอื่นๆ อีกมากมายที่คุณสามารถทำได้ เมื่อคุณได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น คุณจะมีความรู้สึกมีความสุข
ขึ้นมาทันที ดังนั้น หากว่าคุณอยากมีความสุข อยากที่จะประสบความสำเร็จ จงมีนิสัยเป็นผู้ให้หรือทำอะไรให้แก่โลกมากๆ แล้วสวรรค์ก็จะติดหนี้คุณ แต่ต้องเป็นการให้โดยน้ำใจที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน จงให้โดยไม่ต้องจดจำ
                การให้เลือดโดยการบริจาค ก็เป็นตัวอย่างที่ดีอีกตัวอย่างหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อท่านได้บริจาคเลือดแล้ว สิ่งที่ได้ตอบแทนมาก็คือ เรื่องของสุขภาพของท่านก็จะดีขึ้น เนื่องจากร่างกายได้สร้างเลือดใหม่ที่แข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากกว่าเลือดเก่าที่บริจาคไป อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของไขกระดูก กุศลของการบริจาคเลือดที่ได้กลับมาอีกอย่างก็คือ หากว่ามีการตรวจพบความผิดปกติในเลือดของท่าน สภากาชาดจะแจ้งให้ท่านทราบโดยทันที  
                พลังแห่งการให้ เป็นพลังหนึ่งของจักรวาล มันมีกฏเกณฑ์และผลลัพธ์เสมอ เพียงแต่คุณเป็นผู้ให้คนอื่นมากๆ คุณก็จะได้สิ่งต่างๆ กลับคืนมาเช่นกัน แต่จะเร็วจะช้า เท่านั้นเอง  เช่น อาจารย์หรือวิทยากร ที่ให้ความรู้สอนผู้อื่นมากๆ อาจารย์หรือวิทยากรผู้นั้นก็จะมีความรู้ในเรื่องที่สอนมากขึ้นด้วย ฉะนั้น จงแจกจ่ายความรู้ให้แก่ผู้อื่นแล้วความรู้นั้นก็จะกลับมาหาท่านมากยิ่งขึ้น
                                ความสุขที่ยิ่งใหญ่ คือ ความสุขที่เกิดจากที่เราได้เป็นผู้ให้