วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

สม่ำเสมอ มากพอ นานพอ


สม่ำเสมอ มากพอ นานพอ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                เคยมีคนไปถาม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บุคคลที่โลกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะว่า คนที่ประสบความสำเร็จเขามีสูตรอย่างไรในการทำงาน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ให้ข้อแนะนำมา 3 ข้อ สั้นๆคือ “ สม่ำเสมอ มากพอ นานพอ” ซึ่งกระผมขอขยายความดังนี้
                สม่ำเสมอ คือ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าอาชีพอะไร เขาจะทำงานด้วยความสม่ำเสมอ ไม่หยุดยั้ง แม้ว่าฝนจะตกฟ้าจะร้อง แดดจะร้อนสักเพียงใด เขาจะไม่หยุดทำงาน แต่ในทางตรงกันข้าม เขาจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำงาน คนที่มีความสม่ำเสมอ มักถือว่าเป็นบุคคลที่มีความขยันขันแข็ง เขาจะทำงานจนวันสุดท้ายและท้ายสุดของชีวิตเลยทีเดียว
                มากพอ คือ เขาจะมีการตั้งเป้าหมายในการทำงาน เช่น งานเขียนหากตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเขียนให้ได้เพียงวันละ 1 หน้า กับอีกคนตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเขียนให้ได้วันละ 5 หน้า เวลาผ่านไป 1 เดือน สรุปคนแรกเขียนได้ 30 หน้า กับอีกคนเขียนได้ 120 หน้า ท่านคิดว่า ใครจะมีโอกาสเป็นนักเขียนที่เก่งกว่ากันครับ แน่นอนครับคนที่สอง เพราะเขาทำสิ่งนั้น “มากพอ” ครับ
                นานพอ คือ คนที่ประสบความสำเร็จมักทำงานในอาชีพที่เขารัก นานพอ ไม่ใช่ทำแค่ วันสองวันถอดใจเสียแล้ว หรือทำแค่ 1 เดือน ก็หยุดทำอย่างนี้คงประสบความสำเร็จได้ยาก
                ดังนั้น การทำงาน ด้วยความสม่ำเสมอ  มากพอ และนานพอ เป็นแง่คิดของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งท่านได้เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่หลักการดังกล่าวยังคงใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกโอกาส


เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกโอกาส
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                คนที่ประสบความสำเร็จระดับสูง มักจะมีการเตรียมตัวที่ดี เขาจะมุ่งมั่นฝึกซ้อม ฝึกฝน  พัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อรอโอกาสที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า
-                    ผู้ที่อยากที่จะเป็นนักเขียน ควรหมั่นฝึกฝนการเขียนเป็นประจำ ทุกๆวัน ฝึกให้หนัก ฝึกให้มาก เพื่อที่จะ
พัฒนาการเขียนของตนเองตลอดเวลา แล้วสักวันหนึ่งเมื่อโอกาสมาถึง ก็จะมีสำนักพิมพ์ต่างๆ ติดต่อให้ท่านเขียนหนังสือให้ แต่ถ้าหากท่านไม่เตรียมตัว ไม่เตรียมความพร้อม ไม่ฝึกฝน ไม่พัฒนา เมื่อโอกาสมาถึง สำนักพิมพ์ขอดูงาน ท่านกลับไม่มีผลงานให้เขาดู
-                    ผู้ที่อยากเป็นนักร้อง ควรฝึกฝนการร้องอยู่เสมอ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่งในอดีต ครอบครัวรับจ้างทำ
ไร่อ้อย ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ก็ด้วยการฝึกฝนร้องเพลงในไร่อ้อย และแสวงหาโอกาสตลอดเวลาโดยการเข้าประกวดร้องเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก จึงทำให้มีผลงานฝากไว้อย่างมากมาย
-                    ผู้ที่อยากเป็นนักมวย ควรฝึกฝนกำลังกาย ต้องมีวินัย ต้องอดทน ต่อการฝึกซ้อมเป็นอย่างสูง ซึ่งการแข่งขัน
ชกมวยมีการชกเพียงไม่กี่ยกบนเวที แต่ผู้ที่จะเป็นนักมวยที่ประสบความสำเร็จจะขาดการเตรียมตัว ขาดการฝึกซ้อม ไม่ได้เป็นอันขาด บางครั้งขึ้นไปชกแค่ 1 ยก แต่นักมวยจะต้องซ้อมเป็น 3-4 เดือน เป็นต้น
-                    ผู้ที่อยากเป็นนักธุรกิจ ควรเตรียมตัวฝึกฝนการค้าขาย ควรออกไปทำการค้าขาย ฝึกฝนเรียนรู้การบริหารงาน
จากห้างร้านต่างๆ  ในบางครั้งต้องยอมอดทนในการเป็นลูกจ้างเขาก่อน เพื่อเรียนรู้ระบบงาน แล้วเมื่อมีโอกาสจึงสามารถเปิดกิจการของตนเองได้ในอนาคต
                ไมเคิล ชาง ใฝ่ฝันอยากที่จะเป็นนักเทนนิสระดับโลก คุณพ่อคุณแม่จึงได้ส่งเสริมให้มีการฝึกฝนอย่างหนัก มีการส่งไปแข่งขันในรายการต่างๆ อีกทั้งครอบครัวถึงกับลงทุนย้ายถิ่นฐานเพื่อไปยังอีกรัฐหนึ่งในอเมริกาที่มีการแข่งขันที่สูง
จนในที่สุด ไมเคิล ชาง ถือว่าเป็นนักเทนนิสมืออาชีพที่มีอายุน้อยที่สุดของสหรัฐในขณะนั้น
                จิม  แคร์รี่ นักแสดงชื่อดังของสหรัฐ กว่าจะดังอย่างทุกวันนี้ เขาต้องคลุกคลีอยู่กับงานแสดงตั้งยี่สิบปี เขาต้องฝึกซ้อมบทบาทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวประกอบ ตัวรอง ตัวร้าย ตัวเอก ของเรื่อง เขาต้องเตรียมตัวอยู่เสมอ การเตรียมตัวในการทำงานแสดง ไม่ว่าการท่องบท การซ้อมกับหน้ากระจกที่บ้าน ทำให้เขาเกิดความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้
                 ไม่ว่าท่านอยากที่จะทำอะไร คนที่ประสบความสำเร็จมักให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวอยู่เสมอ เพราะเมื่อมีโอกาส เราก็จะสามารถใช้โอกาสได้อย่างเต็มที่  คำโบราณของไทยมักสอนว่า “ น้ำขึ้นให้รีบตัก ”  แต่เราจะตักน้ำได้อย่างไร หากว่า เราไม่ได้มีการเตรียมขันน้ำหรือภาชนะที่จะตักน้ำขึ้นมา ดังนั้นหากต้องการตักน้ำ ท่านจึงควรเตรียมขัน เตรียมพลังกาย เตรียมพลังใจ พอเมื่อน้ำขึ้น ท่านจะสามารถตักน้ำได้ มากกว่าคนที่ไม่ได้เตรียมขันไว้รออย่างแน่นอน
                ดังนั้น จงเตรียมงานที่จะต้องทำในอนาคตตั้งแต่วันนี้ เมื่อคุณเตรียมตัวอย่างพร้อม โอกาสก็จะเป็นของคุณ ผู้ที่ประสบความสำเร็จ อาจต้องใช้เวลาเตรียมตัวถึง สิบยี่สิบปีหรือทั้งชีวิต เมื่อโอกาสมาถึงเขาจะดังและมีชื่อเสียงชั่วข้ามคืน แต่คนโดยทั่วไปมักไม่ทราบว่าเขาเตรียมตัวอย่างไร เขาฝึกฝนมาอย่างหนักสักเพียงใด
                นักร้อง นักแสดง ในสหรัฐ หลายคน เข้าประกวดในรายการทีวีต่างๆ หลายคนเพียงแค่ร้องเพลงเดียว ทำให้ดังชั่วข้ามคืน ซึ่งคนส่วนใหญ่เห็นว่าเขาหรือเธอโชคดี แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นความทุ่มเทในการฝึกซ้อม ฝึกฝน เลย
การเตรียมตัว การฝึกฝน ความขยัน จึงมีความสำคัญมากต่อความสำเร็จในเกือบทุกอาชีพ ทุกวงการ

ใช้ชีวิต...ให้เต็มชีวิต...


ใช้ชีวิต...ให้เต็มชีวิต...
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                คนประสบความสำเร็จมักใช้ชีวิต อย่างคุ้มค่า  เพราะทุกวินาทีของเขานั้นมีคุณค่า ทุกนาทีของเขานั้นมีความหมาย มนุษย์เรามีเวลาน้อยมากสำหรับการสร้างความยิ่งใหญ่ จงใช้ชีวิตให้เต็มชีวิต เมื่อท่านตายไปท่านจะไม่นึกเสียดายเวลาอีกเลย สำหรับคนที่ต้องการใช้ชีวิตให้เต็มชีวิตนั้น บุคคลนั้นจะต้องมีองค์ประกอบดังนี้
                1.มีเป้าหมายของชีวิต เป้าหมายมีความสำคัญมากต่อการดำรงชีวิตของบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จ คนที่ประสบความสำเร็จเกือบทุกๆคนจะต้องมีการตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าตนเองต้องการอะไร ตรงกันข้ามกับบุคคลธรรมดาทั่วๆไป มักไม่มีการตั้งเป้าหมายขึ้นในชีวิตของตนเอง คนที่มีเป้าหมายเปรียบเสมือนเรือที่มีหางเสือ เมื่อลอยอยู่กลางทะเลแต่เรือสามารถลอยและเคลื่อนไปอีกฝั่งหนึ่งได้ หากเรือนั้นมีการกำหนดทิศทาง กำหนดเป้าหมาย แต่หากเรือลำใดไม่มีการกำหนดทิศทาง กำหนดเป้าหมายแล้ว เรือลำนั้นก็จะลอยอยู่กลางทะเล ไม่สามารถไปถึงฝั่ง
                2.รู้จักบริหารเวลา คนที่ประสบความสำเร็จมักสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นกับชีวิต ดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่รู้จักบริหารเวลา เขาจะมีการจัดสรรเวลา และทำงานอย่างเป็นระบบ เขาจะไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ แต่เขาจะรู้จัก พัฒนาตนเอง ปรับปรุงตนเอง แก้ไขตนเองเสมอ
                3.เต็มที่กับทุกเรื่อง คนที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นคนที่มีสมาธิจดจ่อ เมื่อเขาทำงาน เขาจะทำงานนั้นด้วยจิตใจที่ จดจ่อ เขาจะมีความตั้งใจสูงกับงานที่เขาทำ และเขาจะมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เมื่อกำหนดส่งงาน เขาก็จะทำเสร็จตรงตามกำหนดเวลาดังกล่าว
                4.ทำทุกอย่างที่มีโอกาส คนที่ประสบความสำเร็จเขามักจะทำงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายให้ทำ ถึงแม้งานนั้นจะยากเย็นแสนเข็ญและเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขา แต่เขาคิดว่านี่คือโอกาสในการที่จะได้เรียนรู้ อีกทั้งได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากงานที่เขาได้รับมอบหมายแทนที่จะพร่ำบ่น แต่ตรงกันข้ามเขาจะทำด้วยความเต็มใจ
                5.กล้าที่จะล้มเหลว คนที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นคนที่กล้าที่จะล้มเหลว เพราะเขารู้ดีว่า คนที่ประสบความสำเร็จมากมายในอดีต เป็นบุคคลที่ล้มเหลวในการทำสิ่งต่างๆ แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยยอมที่จะล้มเลิกต่างหาก จงกล้าที่จะล้มเหลว แล้วท่านจะเป็นอีกผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จ ยิ่งท่านล้มเหลวมาก ท่านก็ยิ่งมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้งานมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ท่านเดินทางเข้าใกล้ความสำเร็จยิ่งขึ้นอีก
                ท้ายนี้อยากฝากแง่คิด คำคม ของสตีฟ จ๊อบส์ ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ผลงานของเขายังคงเป็นประโยชน์ต่อโลกอีกมากมาย “ ถ้าคุณใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนมันเป็นวันสุดท้ายของคุณแล้วล่ะก็ วันหนึ่งคุณจะพบว่าสิ่งที่ทำไปนั้นถูกต้อง”

จงทำงานอย่างมีชีวิตชีวา


จงทำงานอย่างมีชีวิตชีวา
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                คนที่ไม่ก้าวหน้าในสายงานอาชีพของตนเอง มักเป็นคนที่ทำงานอย่างขี้เกียจ ไม่มีความกระตือรือร้น คิดแต่เรื่องลบ และขาดซึ่งชีวิตชีวาในการทำงาน หากว่าคุณเบื่องาน ท้อแท้ ท้อถอย แต่ในทางกลับกันถ้าคุณอยากทำงานอย่างมีความสุข คุณควรจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่ เปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อการทำงานเสียใหม่ คุณสามารถเปลี่ยนได้ดังนี้
                ประการแรก คุณจงรักในงานที่คุณทำ หากคุณรักในงานที่คุณทำ คุณจะทำมันอย่างสนุก อย่างมีความสุข เอดิสัน เขาเอาอาหาร เครื่องดื่ม ไปทานในห้องทดลอง เขาเอาที่นอนไปนอนในห้องทำงาน เขามีความรักในงานที่เขาทำมาก เคยมีคนถาม เอดิสัน ว่า ทำอย่างไรให้มีความกระตือรือร้นในการทำงานอย่างเขา เขาตอบกลับไปว่า “ ผมไม่ได้ทำงาน แต่ ผมสนุกกับงานที่ผมทำต่างหาก”  การที่เขามีความสนุกกับการทำงาน ทำให้เขาทำงานได้ตลอดคืน เขามีความเพลิดเพลินกับงานที่เขาทำ ดังนั้น จึงไม่ประหลาดใจเลยว่า ทำไม เขาถึงได้เป็น นักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ เอกของโลก
                ประการสอง คุณต้องหาปลาฉลามให้กับชีวิต ผมเคยได้รับ Forward mail เรื่องหนึ่งน่าสนใจมาก คือ คนญี่ปุ่นเขานิยมกินปลาและชอบเนื้อปลาสดๆ แต่ทะเลของญี่ปุ่นสมัยหนึ่งไม่มีปลาที่ชุกชุม ชาวญี่ปุ่นจึงต้องใช้เรือขนาดใหญ่ไปหาปลากลางทะเลลึก ซึ่งไกลจากฝั่งเป็นอันมาก การออกทะเลลึกแต่ละครั้งกินเวลาไป 3-4 วัน กว่าจะกลับเข้าฝั่ง ทำให้ปลาที่หามาได้ไม่สด คนญี่ปุ่นจึงไม่ชอบกิน
                ต่อมาได้มีการคิดค้น ตู้แช่แข็ง กล่าวคือเมื่อจับปลาขึ้นมาได้ก็จะเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง แต่ชาวญี่ปุ่นก็ไม่นิยมกินเช่นกันเพราะชาวญี่ปุ่นสามารถแยกรสชาติได้ ว่าอะไรคือรสชาติของปลาสดและรสชาติของปลาแช่แข็ง
                เมื่อเป็นเช่นนี้ บริษัทประมงแห่งหนึ่งจึงเริ่ม ติดตั้งแท็งก์น้ำขนาดใหญ่บนเรือ แล้วเอาปลาที่จับได้ใส่ลงไป แต่พอปลาถูกอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด และถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาตามคลื่นทะเลอยู่หลายวัน สุดท้ายปลาก็ไม่ยอมว่ายน้ำ ซึม ขาดชีวิตชีวา แม้จะมีชีวิตอยู่ก็ตามแต่บางตัวก็ เหงา ซึม ไม่ยอมว่ายน้ำ จนตายในที่สุด  ถึงแม้ปลาบางตัวที่ยังไม่ตาย เมื่อชาวญี่ปุ่นกินก็รู้และสัมผัสได้ถึงรสชาติว่า ปลาที่ไม่ได้ว่ายน้ำนานหลายวัน ซึม ใกล้ตายรสชาติแตกต่างกับปลาที่มีชีวิตชีวา ว่ายน้ำอย่างมีความสุขอย่างไร
                คนญี่ปุ่นคนหนึ่ง จึงคิดไอเดียขึ้นมาได้ว่า เขาจะใส่ปลาฉลามเข้าไปในแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ด้วย เขาให้เหตุผลว่า ปลาฉลามอาจกินปลาไปบางส่วนบ้าง แต่มันทำให้ปลาส่วนใหญ่มีชีวิตชีวามากขึ้น เนื่องจากต้องว่ายน้ำเพื่อเอาตัวรอดจากการถูกปลาฉลามกิน ทำให้ปลาส่วนใหญ่มีชีวิตชีวา มีความท้าทาย มากขึ้น
                ตัวอย่างข้างต้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ตาม แต่เนื้อเรื่องนี้มีความสนใจ เพราะถ้าหากท่านทำงานไปด้วยความเฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น ไม่มีความท้าทาย ขาดชีวิตชีวาในการทำงาน ไม่มีความสุขจากการทำงาน ท่านก็เหมือนปลาที่ไม่ได้ว่ายน้ำหลายวัน ซึม เหงา ใกล้ตาย ดังนั้น หากท่านอยากที่จะทำงานด้วยความกระตือรือร้น ท่านควรที่จะหาปลาฉลามใส่เข้าไปในชีวิตของท่านด้วย  เพื่อให้ท่านเกิดความท้าทาย ในการที่จะทำงานอย่างกระตือรือร้น  ปลาฉลามในที่นี้อาจเปรียบได้ดังเช่น  ท่านควรมีการตั้งเป้าหมายขึ้นมาในชีวิต , ท่านควรมีความกล้าที่จะเปลี่ยนงานหากว่าท่านทำงานแล้วไม่เกิดความสนุก , ท่านควรหาความท้าทายใหม่ๆในการทำงาน เป็นต้น
                 ดังนั้น หากท่านมีความรักในงานที่ท่านทำ และท่านชอบหาความท้าทายในการทำงานอยู่เป็นประจำ ท่านก็จะเกิดความกระตือรือร้น ความมีชีวิตชีวา ขึ้นมาในงานที่ท่านทำ แล้วท่านจะทำงานอย่างมีความสนุกและเป็นสุขกับการทำงาน ท่านจะทำงานได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ท่านจะสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จงทำงานอย่างมีชีวิตชีวา แล้วชีวิตของท่านก็จะมีความสุขมากยิ่งขึ้น