วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

โมติเวท : ศาสตร์แห่งความร่ำรวย


ศาสตร์แห่งความร่ำรวย
                                                                          โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
ถ้าคนที่อยู่ในประเทศของเรา อยู่ในจังหวัดของเรา สามารถสร้างความร่ำรวยได้ เราก็สามารถทำได้เช่นกัน       
           ศาสตร์แห่งความร่ำรวยมีอยู่จริง ซึ่งศาสตร์แห่งความร่ำรวยก็เหมือนกับศาสตร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ศาสตร์ทางด้านคณิตศาสตร์ ศาสตร์ทางด้านสังคมศาสตร์  ศาสตร์ทางด้านโหราศาสตร์ ฯลฯ
          หากเราลองไปสังเกตคนที่ร่ำรวยแล้วเราจะรู้ว่าเขาไม่ได้ฉลาดเกินกว่าเรา เขาไม่ได้เก่งกว่าเรา หรือเป็นอัจฉริยะ แต่สิ่งที่มีความต่างแตกกันก็คือเรื่องของความคิด  T.Harv Eker ผู้สอนและเขียนหนังสือเรื่อง “ ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน” เขาพูดไว้อย่างน่าสนใจว่า “ ให้เวลาเขา 5 นาที แล้วเขาจะทำนายอนาคตทางการเงินตลอดชีวิตที่เหลือของคุณ” ถามว่าเขาทำนายจากสิ่งใด เขาสามารถทำนายได้จากแนวความคิดและแผนผังการเงินในสมองของคุณ เขายังเชื่อว่า หากต้องการเป็นคนที่ร่ำรวย สิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือ ท่านจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงความคิด ท่านจะต้องเลียนแบบวิธีคิดของคนรวย อีกทั้งต้องตั้งโปรแกรมความคิดเสียใหม่ ด้วยวิธีการง่ายๆ คือ ท่านต้องพูดกับตัวท่านเองทุกๆวัน และทุกๆโอกาส เช่น ฉันสามารถร่ำรวยได้ , ฉันมีความคิดแบบมหาเศรษฐี , ฉันมีสมองเงินล้าน เป็นต้น
         หนังสือ The Secret กฏแห่งการดึงดูด ความลับของ The Law of Attraction.(ท่านสามารถหาอ่านเพิ่มเติ่ม)กล่าวไว้ว่า หากว่าท่านต้องการสิ่งใด ขอให้ท่านคิดเรื่องนั้นบ่อยๆ กฎแห่งการดึงดูดก็จะทำงาน หากท่านคิดเรื่องร้ายๆ เรื่องร้ายๆก็จะมาหาท่าน แต่ตรงกันข้ามหากท่านคิดแต่เรื่องที่ดีๆ เรื่องที่ดีๆก็จะเข้ามาหาท่าน ดังนั้น หากท่านต้องการร่ำรวย ท่านก็จงคิดแต่เรื่องที่จะนำพาท่านไปสู่ความร่ำรวย       จงมุ่งความคิดของท่านไปที่การจะหาทรัพย์สิน การสร้างธุรกิจมากกว่าการชำระหนี้สินหรืออุปสรรค           
          และเนื้อหาในหนังสือ The Secret บางตอน ยังได้แนะนำเพิ่มเติมว่า ให้ท่านตัดภาพวาดเกี่ยวกับ บ้าน รถ สระว่ายน้ำ เงินทอง หรือสิ่งต่างๆที่ท่านต้องการไว้ดู โดยติดไว้ในสถานที่ที่ท่านเห็นได้บ่อยๆ หรือตลอดเวลาได้ยิ่งดี
        หนังสือ the new science of getting rich หรือ ไขรหัสศาสตร์สู่ความร่ำรวย ก็ได้กล่าวและมุ่งเน้นไปที่เรื่องของความคิด โดยสรุปก็คือ หากท่านต้องการร่ำรวย ท่านจงเปลี่ยนแปลงความคิดของท่านก่อนเป็นลำดับแรก
          หลายๆคนอาจจะตั้งข้อสงสัย หลายๆท่านอาจจะมีความคิดที่โต้แย้ง แต่หากว่าท่านใดมีความเชื่อและยอมรับมันหมดหัวใจ ท่านก็จะเดินทางไปสู่ความร่ำรวยได้เร็วกว่าคนอื่นๆที่ไม่ยอมรับและมีข้อโต้แย้ง เพราะการไม่ยอมรับจะทำให้เขาไม่ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงความคิด ทั้งนี้หากว่าท่านต้องการร่ำรวยอย่างแท้จริง ขอให้ท่านขจัดความคิดเก่าๆของท่านทิ้งไป แล้วคิดใหม่ คิดว่าท่านสามารถร่ำรวยได้ คิดว่าท่านสามารถกุมโชคชะตาของตนเองได้
        
           คนที่ร่ำรวยมักชอบการสร้างสรรค์มากกว่าการแข่งขัน เพราะการแข่งขันจะทำให้รู้สึกกดดัน ไม่มีความสุข เกิดความเครียด แต่หากว่าเรามีความคิดที่สร้างสรรค์ เรามักสร้างสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ จากตัวเราเองทำให้เราไม่เกิดการกดดันใดๆ อีกทั้งการแข่งขันจะทำให้เกิดความคิดในทางลบมากกว่าทางบวก เช่น เกิดความอิจฉา เกิดความคิดที่อยากจะทำลาย เป็นต้น
          จงสร้างสรรค์ผลงานในการทำงานของท่านให้ดีขึ้นตลอดเวลา เช่น การสร้างสรรค์งานเขียนใหม่ๆ การสร้างสรรค์ผลงานเพลงใหม่ๆ การสร้างสรรค์งานศิลปะใหม่ๆ การสร้างสรรค์การออกแบบเสื้อผ้า ทรงผมใหม่ๆ เป็นต้น
          T.Haarv Eker เขาเปลี่ยนตัวเขาเองจากคนที่เคยถังแตกมาเป็นเศรษฐีร้อยล้านภายใน 2 ปีครึ่ง , Donald J.Trump (โดนัลด์ เจ ทรัมพ์) เปลี่ยนจากคนที่ใกล้จะล้มละลาย มาร่ำรวยยิ่งขึ้น ก็เพราะเขามีความคิดซึ่งเป็นความคิดของมหาเศรษฐีนั่นเอง
                                                จงเปลี่ยนแปลงความคิด      แล้วชีวิตของท่านจะเกิดการเปลี่ยนแปลง

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

คุณก็สามารถร่ำรวยได้


โมติเวท : คุณก็สามารถร่ำรวยได้
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                คนธรรมดาโดยทั่วๆไปอย่างกระผมหรืออย่างท่านผู้อ่าน ก็สามารถร่ำรวยได้ ถ้าหากว่าเรามีเป้าหมาย เรามีการพัฒนาตนเองตลอดเวลา เรามีความขยันอดทน ดังตัวอย่างบุคคลที่ร่ำรวยที่กระผมจะยกตัวอย่างดังต่อไปนี้
-                    ลอร์ด ทอมป์สัน เชาได้ชื่อว่าเป็น ราชาในวงการหนังสือพิมพ์คนหนึ่งของโลก เขาเป็นเจ้าของ
นิตยสารจำนวน 138 ฉบับ เจ้าของหนังสือพิมพ์อีก 183 ฉบับ ซึ่งหนังสือพิมพ์ของเขามีขายไปทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยของเรา
                ลอร์ด ทอมป์สัน เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 82 ปี ทิ้งมรดกให้แก่ลูกหลานจำนวน 6,000 ล้านบาท หลายคนคงคิดว่าเขาร่ำรวยมาแต่เกิดหรือไม่  คำตอบคือ เปล่าเลยครับ  ภรรยาของเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า ตอนที่แต่งงานกับลอร์ด ทอมส์สัน ใหม่ๆ ค่านมค่าอาหารที่ทานทุกๆวัน แทบไม่มีจ่าย แต่เขาดันเพ้อฝันและบอกภรรยาว่า “ สักวันหนึ่ง ฉันจะเป็นเศรษฐี” ภรรยาของเขาก็หัวเราะ
                เขาเริ่มต้นทำธุรกิจเมื่ออายุได้ 40 ปี โดยการยืมเงินเพื่อนฝูง งานแรกของเขาคือ เขาจัดรายการทางวิทยุและทำงานด้านหนังสือพิมพ์ควบคู่กันไปด้วย โดยเขาใช้เวลาอยู่ในวงการถึง 40 ปี ในที่สุดเมื่อปี ค.ศ.1967 เขาลงทุนซื้อ ธุรกิจหนังสือพิมพ์ลอนดอนไทม์ซึ่งขณะนั้นใกล้ที่จะล้มละลาย เพราะมีปัญหาเรื่องของการบริหาร มีการขาดทุนจำนวนมากมายมหาศาล แต่เขากลับกล้าที่จะเสี่ยงลงทุน เขาบริหารจัดการจนหนังสือพิมพ์ลอนดอนไทม์ กลับมามีกำไรอีกครั้ง จนทำให้เขามีชื่อเสียงและวงการสื่อสารมวลชนยอมรับความสามารถในตัวเขา ซึ่งเขาบอกเคล็ดลับที่ประสบความสำเร็จของเขาให้แก่คนรุ่นหลังว่า “ จงทำงานอย่างหนักและมีความละเอียดรอบคอบในการบริหารนี่คือปัจจัยในการนำไปสู่ความสำเร็จของเขา”
-                    ริชาร์ด แบรนสัน พ่อมดแห่งโลกธุรกิจ เจ้าพ่อแห่งอาณาจักรเวอร์จิ้น เขาใช้ชีวิตแบบไม่ธรรมดา
เมื่ออายุเพียง 16 ปี ก็ลาออกจากชีวิตการเป็นนักเรียน เพื่อออกมาทำหนังสือ Student แล้วจึงมาตั้งบริษัท Virgin Galactic ซึ่งปัจจุบันเขาได้ทำธุรกิจมากมาย เช่น ธุรกิจชุดเจ้าสาว น้ำอัดลม เครื่องสำอาง ถุงยาง โรงแรม รถไฟ มือถือ สายการบิน ธุรกิจการเงิน และทัวร์อวกาศ ฯลฯ
                ริชาร์ด แบรนสัน เกิดในครอบครัวคนชั้นกลาง โดยส่วนตัวเขาแล้ว เขาเป็นนักคิดสร้างสรรค์ซึ่งชอบทำอะไรแปลกๆใหม่ๆตลอดเวลา เขาชอบคิดนอกกรอบ อีกทั้งมีความเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง  
                 เช่น บริษัทอื่นๆต้องจ้าง บริษัทโฆษณา บริษัทประชาสัมพันธ์ เพื่อจัดกิจกรรมทางด้านการตลาด ซึ่งต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาล แต่เขากลับใช้วิธี การทำลายสถิติโลก ด้วยการขึ้นบอลลูนและการแล่นเรือ เพื่อโปรโมทองค์กรของเขาแทน อีกทั้งมีการประชาสัมพันธ์ตนเองด้วยการแสดงภาพยนตร์ เรื่อง “ เจมส์บอนด์ ” ซึ่งทำให้คนรู้จักเขาไปทั่วโลก และเขายังบริจาคเงินจำนวน 3,000 ล้านเหรียญเพื่อช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน และสร้างโรงเรียนในประเทศแอฟริกาใต้ พร้อมทั้งอนุญาตให้เอาชื่อของเขาเป็นชื่อโรงเรียน พิธีเปิดโรงเรียน เขาประทับรอยเท้าที่ Branson School of  Entrepreneurship จนหลายคนยกย่องให้เขาเป็น “นักประชาสัมพันธ์ชั้นยอด”
                นี่คือตัวอย่างเพียงแค่ 2 ตัวอย่างของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และยังมีบุคคลที่ประสบความสำเร็จอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราสามารถนำเอามาเป็นแบบอย่าง และท่านผู้อ่านสามารถหาซื้อหนังสือต่างๆ ณ ร้านขายหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ เพราะการอ่านประวัติของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ จะทำให้ท่านเกิดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น
                               





19 แนวคิดที่นำไปสู่ความสำเร็จ


  19 แนวคิดที่นำไปสู่ความสำเร็จ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                1.จงตั้งเป้าหมาย.... แล้วจงเดินทางมุ่งตรงไปสู่เป้าหมายของคุณทุกๆวัน
                2.จงสร้างบอร์ดแห่งความฝันของคุณขึ้นมา....แล้วติดไว้ในจุดที่คุณมองเห็นทุกๆวัน
                3.หากไม่มีทางให้คุณเดิน....ก็จงสร้างมันขึ้นมา...
                4.ฝึกคิดบวกให้เพิ่มมากขึ้น
                5.จงคิดยากๆ....แล้วนำไปปฏิบัติง่ายๆ....แต่อย่าคิดง่ายๆ...แล้วนำไปปฏิบัติยากๆ
                6.จงพลิกวิกฤตของชีวิตให้เป็นโอกาส...อย่าผลักโอกาสให้กลายเป็นวิกฤต...
                7.ระยะทางแม้จะแสนไกล....ก็ต้องย่อมเริ่มจากก้าวแรกเสมอ...จงกล้าที่จะก้าว
                8.หากว่าคุณเห็นโอกาสสู่ความสำเร็จ...ขอให้จงเชื่อมั่นแล้วก้าวไปข้างหน้าอย่าได้ที่จะลังเล....
                9.จุดอ่อน...ของผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จคือ ล้มเลิก ยอมแพ้ ก่อนเวลาที่จะประสบความสำเร็จ
                10.จงกล้าหาญและอย่าได้กลัว...เพราะความกลัวเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของชีวิต....
                11.จงรักในการพัฒนาตนเองในทุกๆด้านและในทุกๆวัน
                12.จงอย่าได้กลัวความล้มเหลว...เพราะความล้มเหลวจะนำพาเราสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
                13.อย่าได้ยอมแพ้..หากไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่...
                14.จงจดจ่อที่เป้าหมาย...อย่าจดจ่อที่อุปสรรค....
                15.นกที่ตื่นแต่เช้า...ย่อมมีหนอนให้กินก่อน.....
                16.หากท่านเชื่อมั่นว่าท่านทำได้....ท่านก็จะทำได้...จงเชื่อมั่นในตนเอง
                17.ความขยันเป็นปัจจัยที่นำเราสู่ความสำเร็จ
                18.บางครั้งคนเราจะดูว่าแพ้หรือชนะกัน...ขอให้ดูที่ความคิด..เพียงแค่เริ่มคิดก็เห็นความแตกต่าง....
                19.หากว่าเราหยุดนิ่งอยู่กับที่...เพียงไม่นานเราก็จะตามหลังคนอื่นทันที....

การสร้างพลังในตัวคุณ


การสร้างพลังในตัวคุณ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                การสร้างพลังหรือการสร้าง Energy เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง สำหรับบุคคลที่ปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ เพราะ หลายๆคนเมื่อทำงานไปก็รู้สึก อ่อนล้า เบื่อหน่าย หมดพลัง บางคนถึงกับท้อแท้ท้อถอย แล้วลาออกจากงานไปเลยก็มี
                สำหรับคำว่า Energy นี้ พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ แปลว่า “ ความไม่หวาดหวั่นต่อความยากลำบาก” แต่สำหรับกระผมขอแปลว่า “ พลังในตัวเราเอง ” ซึ่งการสร้างพลังในตัวเราเอง สามารถสร้างได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น
                1.สร้างโดยผ่านทางความคิด คนเราที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง มักมีพลังความคิดที่ดี เช่น พลังในการคิดบวก , พลังในการคิดสร้างสรรค์ , พลังในการคิดเชิงวิเคราะห์ในการแก้ไขปัญหา , พลังในการคิดเชิงกลยุทธ์ , พลังในการคิดเชิงวิพากษ์ ฯลฯ
                2.สร้างโดยผ่านทางการกระทำ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ ถ้าหากพวกเราลองสังเกตดู เขามักจะเป็นคนที่เคลื่อนไหวแบบกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง ว่องไว เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าที่จะแสดงออก กล้าที่จะตัดสินใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม  ฯลฯ
                3.สร้างโดยผ่านการพูด คนที่มีพลังในตัวเองสูง มักเป็นคนที่พูดบวก การพูดของเขาจะเต็มไปด้วยความมั่นใจ พูดชัดถ้อยชัดคำ แต่ละคำพูดมักมีพลัง ดังเราจะสังเกตเห็นได้ชัดๆ จากการพูดต่อหน้าที่ชุมชนของเขา เขาจะแสดงออกอย่างเต็มเสียง เต็มอารมณ์และเต็มอาการ
                4.สร้างโดยผ่านการให้กำลังใจตนเอง ผู้ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่มีกำลังใจในตนเองสูง กล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่างออกไปหรือทำในสิ่งที่คนทั่วไปมักจะไม่กล้าทำ ซึ่งการจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ กำลังใจเป็นสิ่งที่จะต้องมี เพราะการกระทำบางอย่าง อาจถูกดูถูกจากคนทั่วไป โดนต่อว่า นินทา ให้ร้าย แต่บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักมีกำลังใจที่มั่นคง หนักแน่น
                5.สร้างโดยผ่านการจินตนาการ จินตนาการเป็นนามธรรม ไม่สามารถจับต้องได้ แต่มีความสำคัญเป็นอันมาก หากท่านได้อ่านประวัติบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของโลก เขาเหล่านั้นมักมีความเป็นศิลปิน อีกทั้งชอบจินตนาการสิ่งต่างๆ เช่น อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เขามักนั่งจินตนาการอยู่ที่ขอบหน้าต่างเป็นเวลานาน ซึ่งจินตนาการส่วนใหญ่ของเขามักจะเกี่ยวกับเรื่องของการพูด การปกครอง ในประเทศเยอรมัน , อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวว่า “ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” เขามักจินตนาการเกี่ยวกับเรื่องของตัวเลข คณิตศาสตร์ เป็นต้น
                6.สร้างโดยผ่านพลังแห่งความเชื่อ “ หากท่านเชื่อว่าท่านทำได้ ท่านก็จะทำได้” เป็นวลีคำพูดประโยคทองของ นโปเลียน ฮิลล์ ซึ่งได้มีการอ้างอิงไปทั่วโลก เขาเป็นที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐหลายท่าน ความเชื่อ ความศรัทธาทำให้เกิดพลังในตัวเราขึ้นมาอย่างมากมาย เช่นความเชื่อในหลักศาสนา , ความเชื่อในคำสอนของศาสดา  , ความเชื่อในพระเจ้า , ความเชื่อในสิ่งศักดิ์ ฯลฯ
                7.สร้างโดยผ่านพลังของแรงดึงดูด มีหนังสือหลายเล่มได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องความดึงดูด ซึ่งมีหลักว่า หากว่าเราคิดเรื่องบวกเรื่องที่ดีๆ สิ่งที่ดีๆก็จะดึงดูดเข้ามาหาเรา แต่ตรงกันข้ามหากว่าเราคิดแต่เรื่องร้ายๆ เรื่องลบ ซึ่งร้ายๆก็จะเข้ามาหาเรา ฉะนั้น จงพูดดี ทำดี คิดดี แล้วชีวิตของท่านก็จะดีตามไปด้วย อีกทั้งยังก่อนให้เกิดพลังแก่ตัวท่านเองด้วย
                จากข้อความข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าเทคนิคในการสร้างพลังในตัวเรา มีหลายวิธี ทั้งนี้ คงขึ้นอยู่กับการปรับใช้ การประยุกต์ใช้ และความชอบของแต่ละบุคคล  ถ้าท่านต้องการเปลี่ยนแปลง ท่านคงต้องลงทุน ในการศึกษาเพิ่มเติม อีกทั้งต้องลงมือกระทำอย่างจริงจัง เพราะ ถ้าหากท่านอ่านแล้วไม่ได้ลงมือทำ ท่านก็จะได้แค่รู้ แต่หากท่านได้อ่านแล้ว ท่านได้นำไปลงมือทำอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ก็คือความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นกับตัวของท่านเอง
                “ ขอให้ท่านเชื่อว่า ท่านสามารถประสบความสำเร็จ  ท่านก็จะประสบความสำเร็จ”