วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เพื่อนคือทั้งหมดของชีวิต

เพื่อนคือทั้งหมดของชีวิต
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
กัลยาณมิตรหรือเพื่อน มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชีวิตของคนเรา ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้า เคยตรัสสอนกับพระอานนท์ว่า “ เพื่อนคือทั้งหมดของชีวิต ” เพราะการคบเพื่อนดี เพื่อนก็จะพาเราไปสู่สิ่งที่ดีๆ ในทางกลับกัน หากว่าเราคบเพื่อนที่ไม่ดี เพื่อนที่ไม่ดี ก็จะพาเราไปสู่หนทางที่ตกต่ำของชีวิต ดังคำกล่าวของคนโบราณว่า “ คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล”
พ่อแม่ คือ เพื่อนที่ดีที่สุดของชีวิต ดังบทเพลง ใครหนอ ของ ศรีไศล สุชาติวุฒิ
“ใคร หนอ รักเรา เท่าชีวี  ใคร หนอ ปราณี ไม่มีเสื่อมคลาย 
ใคร หนอ รักเราใช่เพียงรูปกาย       รักเขาไม่หน่าย มิคิดทำลาย ใคร หนอ 
ใคร หนอ เห็นเรา เศร้าทรวงใน      ใคร หนอ เอาใจปลอบเราเรื่อยมา 
ใคร หนอ รักเราดังดวงแก้วตา         รักเขากว้างกว่า พื้นพสุธา นภากาศ 
จะเอาโลก มาทำปากกา                     แล้วเอานภา มาแทน กระดาษ 
เอาน้ำหมด มหาสมุทรแทนหมึกวาด ประกาศ พระคุณไม่พอ 
ใคร หนอ รักเรา เท่าชีวัน (เท่าชีวัน) ใคร หนอ ใครกันให้เราขี่คอ (คุณพ่อ คุณแม่) 
ใคร หนอ ชักชวนดูหนังสี่จอ           รู้แล้วละก็ อย่ามัวรั้งรอ ทดแทนบุญคุณ 
จากบทเพลง คงทำให้เราแลเห็น พระคุณที่ยิ่งใหญ่ของพ่อแม่ แต่ก็มีหลายคนที่ประพฤติไม่ดีกับ มิตรที่ดีที่สุดคือพ่อแม่ จนกระทั่ง พ่อแม่หลายๆ คน เมื่อจะต้องจำลาจากโลกนี้ไป ยังต้องยกมรดกให้แก่ มูลนิธิ การกุศล สัตว์เลี้ยง ฯลฯ แทนที่จะเป็นลูก ก็เนื่องจาก ลูก ไม่ได้ปฏิบัติต่อมิตรที่ดีที่สุดของตนเอง
ดังข่าว “ ท้วง พินัยกรรม แม่ให้มรดกหมา ”  เดลี่เมล์รายงานว่า เมื่อ 18 มิถุนายน นายเบร็ต คาร์ ทายาทเศรษฐีนีอังกฤษ เกล พอสเนอร์ ฟ้องร้องให้ศาลสั่งให้พินัยกรรมของมารดาเป็นโมฆะ เพราะมารดาที่เสียชีวิตไปเมื่อเดือน มีนาคม ขณะอายุ 67 ปี ถูกยุยงให้ยกมรดกให้กับสุนัขที่เลี้ยงไว้ 3 ตัว รวม 380 ล้านบาท ส่วนอีกราว 820 ล้านบาท ยกให้คนรับใช้ที่ดูแลบ้านและสุนัข โดยเหลือไว้ให้ลูกชายแท้ๆ เพียง 3 ล้านบาท”(อ้างอิงจาก ข่าวสดรายวันออนไลน์ วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7142 )
จากเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่มีวันเกิดขึ้น หากว่า ลูกๆ ปฏิบัติต่อมิตรที่ดีที่สุดอย่างถูกต้องและเหมาะสม
แม่บ้านที่ทำงานเป็นมิตรที่ดี หากว่าเราปฏิบัติต่อแม่บ้านที่ทำงานอย่างมิตรที่ดีคนหนึ่ง เราก็จะได้รับบริการที่ดี แม่บ้านก็จะให้ความช่วยเหลือ เพราะความเป็นมิตรที่ดีต่อกัน แต่หากเราปฏิบัติต่อมิตรไม่ดี เราอาจถูกแม่บ้านกลั่นแกล้ง แม่บ้านบางคนอาจไม่ชอบเรา เขาอาจจะ ถุยน้ำลายลงในกาแฟที่เราดื่ม ก็ได้ ด้วยความสะใจ
เพื่อนที่ทำงานเป็นมิตรที่ดี หากว่าเราปฏิบัติต่อเพื่อนที่ทำงานด้วยมิตรภาพ เพื่อนที่ทำงานคลอดลูก เจ็บป่วย เราไปเยี่ยมเยือน อีกหน่อยหากว่า เราเจ็บป่วย เข้าโรงพยาบาล เขาก็จะกลับมาเยี่ยมเยือนเราเช่นกัน
ยามรักษาความปลอดภัย หากว่าเรามีความเป็นมิตรกับยามรักษาความปลอดภัย เขาก็จะช่วยดูแลทรัพย์สินของเราเป็นอย่างดี อีกทั้งเวลามีปัญหาอะไร เขาก็จะช่วยเราแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที แต่ตรงกันข้าม หากเราประพฤติไม่ดีต่อเขา ไปดูถูกเขา ไปต่อว่าเขา เวลาเกิดปัญหาอะไร เขาก็ช่วยเหลืออย่างไม่เต็มที

ฉะนั้น พยายามคบคนทั้งหลายให้เป็นมิตร โดยเฉพาะเลือกคบกับคนที่ดีๆ แล้วชีวิตของท่านจะพบแต่สิ่งที่ดีๆ ท่านจะพบกับความสุขของชีวิต ก็เพราะว่า  เพื่อนคือทั้งหมดของชีวิต 

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สร้างนิสัยแห่งความสำเร็จ

สร้างนิสัยแห่งความสำเร็จ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
                คนที่ประสบความสำเร็จ มักมีนิสัย  ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ในทางตรงกันข้าม คนที่ล้มเหลว มักมี นิสัยที่ทำให้เขาล้มเหลวอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น หากว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ท่านจึงควรสร้างนิสัยใหม่ที่จะทำให้ท่านเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ โดยดูต้นแบบว่า คนที่ประสบความสำเร็จ เขามีนิสัยอย่างไรกัน จากการอ่านและการค้นคว้าของกระผม กระผมพอสรุปได้ดังนี้
                1.มีความเป้าหมาย มีความตั้งใจ มุ่งมั่น พยายาม เพื่อไปให้สู่เป้าหมาย คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขามักมีเป้าหมายในชีวิต อีกทั้งเขาพยายามทุ่มเท ชีวิต พลังงานทั้งหมด ไปยังเป้าหมายที่เขาได้กำหนดเอาไว้
                2.วางแผน เขียนแผนการ ลงบนกระดาษ คนที่ประสบความสำเร็จ เขามักมีการวางแผน อีกทั้งมักจะเขียนแผนการ เป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี ราย 5 ปี ราย 10 ปี ไว้บนกระดาษ เพราะการเขียนไว้บนกระดาษจะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งทำให้เกิดการตรวจสอบ เกิดการควบคุม เป้าหมายและแผนการ ว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง
                3.พึ่งตนเอง มากกว่าพึ่งเทวดา ฟ้า ดิน พระเจ้า คนที่ประสบความสำเร็จ เขามักเชื่อมั่นในตนเอง  เขามักพึ่งพาตนเอง มากกว่า พึ่งคนอื่น และยังเป็นที่พึ่งของคนอื่นๆได้อีกด้วย
                4.เป็นคนที่มีจินตนาการ มีความฝัน มีความหวัง คนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่มักเป็นนักคิด นักฝัน นักจินตนาการ เขาจึงสามารถสร้างผลงานที่ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นแก่สังคมและประเทศชาติ
                5.ดึงศักยภาพแฝงเร้นออกมาใช้ได้มากกว่าคนอื่นๆ ความจริงแล้ว คนเรามีพลัง มีศักยภาพมากมาย แต่เรามักไม่ได้นำออกมาใช้งาน แต่ตรงกันข้าม คนที่ประสบความสำเร็จ เขามักดึงศักยภาพแฝงเร้นออกมาใช้ได้อย่างมหาศาล
                6.เป็นคนที่ ททท.หรือทำทันที คนที่ประสบความสำเร็จเมื่อ มีเป้าหมายแล้ว มีการวางแผนแล้ว มีจินตนาการแล้ว  เขาจะลงมือทำทันที แต่ตรงกันข้าม บุคคลโดยทั่วไป เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่ไม่ยอมลงมือทำ แต่จะมีข้ออ้างต่างๆนานา เพื่อที่จะทำให้ตนเองไม่ต้องทำสิ่งนั้น
                7.หาความรู้เสมอ ไม่หยุดยั้ง คนที่ประสบความสำเร็จ เขามักเป็นคนทันโลก ทันเหตุการณ์ เขาพร้อมที่จะยอมรับและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ตรงกันข้าม บุคคลที่ล้มเหลว มักหยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ บุคคลโดยทั่วไป เมื่อจบการศึกษาแล้ว ได้รับปริญญาแล้ว ก็หยุดที่จะเรียนรู้
                8.รู้จักหาความสมดุลให้แก่ชีวิต บุคคลที่ประสบความสำเร็จ มักสร้างความสมดุลให้แก่ชีวิต โดยหาความสงบ เข้าหาธรรมชาติ  ฝึกจิตใจ ฝึกสมาธิ ตรงกันข้าม บุคคลโดยทั่วไปมักจะดำเนินชีวิตเป็นไปตามกระแสโลก โดยเฉพาะโลกแห่งวัตถุนิยม โลกแห่งการบริโภคนิยม

                ดังนั้น หากว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จ ท่านจึงควรสร้างนิสัยแห่งความสำเร็จ ท่านก็จะเป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เหมือนคนที่ประสบความสำเร็จหลายๆคน

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

มึงสู้จริงหรือเปล่า

มึงสู้จริงหรือเปล่า
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
                หากครั้งแรกคุณทำไม่สำเร็จก็ขอให้ พยายาม พยายาม และพยายาม ทำต่อไป.........
                ความสำเร็จจะมีหรือไม่มี ก็ช่างหัวมัน แต่จง พยายาม พยายามและพยายาม ทำต่อไป......
                                ดิเอโก มาราโดนา นักแตะระดับโลก ซึ่งได้รับฉายาว่า “ หัตถ์พระเจ้า ” เล่นฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเขาต้องการเข้าสู่นักแตะอาชีพ เขาต้องทุ่มเทฝึกซ้อม ฝึกฝน การแตะบอลวันละไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง เป็นเวลาเกือบ 10 ปี สุดท้ายเขาเป็นนักฟุตบอลระดับโลก
                                บิล เกตต์ เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อมาทำในสิ่งที่เขารัก เขาต้องยุ่งอยู่กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องมือไฟฟ้า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ เขาต้องทนทำงานเหล่านี้ภายในโรงเก็บรถเก่าๆของพ่อเขา เขาใช้เวลาวันละไม่น้อยกว่า 9 ชั่วโมง ทุกๆวัน สุดท้ายเขาคือเจ้าพ่อคอมพิวเตอร์ระดับโลก
                                เออเนสต์ เฮมิงเวย์ นักเขียนรางวัลโนเบล เขาต้องทุ่มเทและใช้เวลาเขียนหนังสือทุกๆวัน เขาแทบจะไม่ได้ออกจากบ้านเลยเป็นเวลาหลายๆปี อีกทั้งเขาต้องใช้เวลาอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือทุกๆวันอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง งานเขียนช่วงแรกๆ เขาถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธ สุดท้ายเขาคือผู้ชนะ โดยได้รับรางวัลระดับโลก
                                จิมมี  เฮนดริกซ์  เขาได้รับยกย่องว่าเป็นนักกีตาร์มือดีที่สุดในโลกคนหนึ่ง เขาต้องฝึกซ้อม ฝึกฝน การเล่นกีฬาของเขาตลอดเวลา ทุกๆวัน เป็นเวลาหลายปี โดยเขาต้องฝึกฝนไม่น้อยกว่า 9 ชั่วโมง ต่อวัน สุดท้าย เขาได้รับยกย่องในระดับโลก
                                คนที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นคนที่มีเป้าหมาย รู้ว่าตนเองชอบอะไร แล้วเดินทางไปสู่เป้าหมาย อย่างไม่ลดละความพยายาม ตรงกันข้าม เขาจะฝึกฝน ฝึกซ้อม อย่างหนัก แต่คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่มักจะโทษสิ่งต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่ง โทษดิน โทษฟ้า โทษอากาศ หรือ มีข้ออ้าง ข้อแก้ตัวต่างๆนาๆ เช่น ฉันมันไม่มีโอกาส ฉันไม่มีเงิน ฉันเป็นคนไม่มีชื่อเสียง ฉันมัน......ฯลฯ
ดังนั้น หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จ ท่านจำเป็นจะต้องรู้จักตนเองอย่างแท้จริง ว่าตนเองต้องการอะไร ตนเองอยากที่จะเป็นอะไร แล้วจึงฝึกฝน ฝึกซ้อมตนเอง ตามเป้าหมาย ตามความฝัน ทุกๆวันอย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 8 ชั่วโมงขึ้นไป และต้องฝึกฝน ฝึกซ้อมเป็นเวลาหลายๆปี ท่านจึงจะเป็นที่หนึ่งในวงการนั้นๆ

                

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การสร้างแรงบันดาลใจ

การสร้างแรงบันดาลใจ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
                คนที่ประสบความสำเร็จในแวดวงต่างๆ  เขามักเป็นคนที่มีแรงบันดาลใจในการทำงาน ฉะนั้น การสร้างแรงบันดาลใจจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จ สำหรับการสร้างแรงบันดาลใจ เราสามารถสร้างได้หลายทาง เช่น
-                    การตั้งเป้าหมาย การเขียนเป้าหมาย การสร้างภาพความฝัน ที่ตนเองต้องการอยู่เป็นประจำ
โดยเฉพาะตอนก่อนเข้านอน หนังสือเรื่องเดอะซีเคร็ต ได้แนะนำว่าในโลกนี้มีกฎแห่งการดึงดูด หากว่าคุณหมกมุ่นครุ่นคิดเรื่องใดเป็นประจำคุณก็มักจะได้สิ่งนั้น ฉะนั้น จงคิดมัน จงฝันถึงมัน จงจินตนาการถึงมันบ่อยๆ แล้วชีวิตของคุณก็จะเดินทางไปสู่เป้าหมายหรือความฝันของตนเองในที่สุด
-                   การอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือสามารถสร้างแรงบันดาลใจที่ดี โดยเฉพาะสำหรับคนบางคน
ผู้นำของหลายประเทศหลายคนทั้งในอดีตและปัจจุบัน ได้อ่านเรื่องราวของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ทางการเมือง ผู้นำประเทศเหล่านั้น จึงได้สร้างแรงบันดาลใจในตัวเองขึ้น  เขาเหล่านั้นจึงเกิดความต้องการที่จะเป็นผู้นำประเทศเหมือนกับชีวประวัติของผู้นำในหนังสือบ้าง เป็นต้น
-                   การฟังเทป การฟัง VCD  เรื่องราวที่เกี่ยวกับแรงจูงใจ ก็เป็นสิ่งหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ
ขึ้น เพราะในเทป ใน VCD จะเล่าเรื่องราวของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ว่าเขาทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ ซึ่งหากว่าเราฟังแล้วนำไปปฏิบัติ เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้ดังบุคคลนั้น
-                   การสัมมนา การอบรม การประชุม เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถ สร้างแรงบันดาลใจได้ เพราะภายใน
งาน ผู้จัดงานมักจะนำเอาบุคคลที่ประสบความสำเร็จมาพูด มาคุย อีกทั้งการสัมมนา การอบรม การประชุม จะทำให้เราทราบความเคลื่อนไหว ข่าวคราว ของหน่วยงาน ของกิจการ ของประเทศ ซึ่งเป็นข่าวที่ใช้ในการทำงานของเราได้โดยตรง
-                   การรวมกลุ่มที่มีจิตใจเดียวกัน ความต้องการเดียว ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ
เช่น หากว่าเราอยากเป็นนักเขียนระดับประเทศ เราก็ควรเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน อีกทั้งเมื่อเราได้รู้จักนักเขียนมืออาชีพแล้ว เขาก็มักจะมีคำแนะนำดีๆในการสร้างแรงบันดาลใจให้เราได้เป็นนักเขียนมืออาชีพในอนาคต
-                   การหาแบบอย่างหรือการหาบุคคลตัวอย่าง โดยเฉพาะบุคคลที่ประสบความสำเร็จหรือบุคคลที่
เราอย่างที่จะมีชีวิตแบบเขา ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจขึ้นภายในตนเอง เช่น ไมเคิล จอร์แดน(Michael Jordan) เป็นแรงบันดาลใจให้แก่บรรดาเด็กๆหลายๆคนทั่วโลกอยากที่จะเป็นนักบาสเก็ตบอล , ไทเกอร์ วูดส์ เป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนอีกหลายๆคนในการที่อยากที่จะเป็นนักกอฟส์มืออาชีพ ,จอห์น เลนน่อน(John Lennon) ผู้แต่งเพลง “ Eight Day” เป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนอเมริกาหลายคนอยากที่จะเป็นนักแต่งเพลง,สตีฟ จอบส์ เป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนหลายคนทั่วโลกในการต่อสู้ชีวิตและสร้างผลงานใหม่ๆ เป็นต้น
                และมีอีกหลายวิธีในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตนเอง ฉะนั้นบุคคลที่มีผลงานโดดเด่น มีผลงานมากมายมักจะเป็นคนที่มีความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตนเองทั้งสิ้น จงสร้างแรงบันดาลใจในตนเองขึ้น แล้วท่านจะเป็นคนหนึ่งที่ได้ฝากผลงานที่โดดเด่นและมากมายให้แก่โลกนี้




วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สู้ไม่ถอย

สู้ไม่ถอย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
                บุคคลสำคัญๆในประวัติศาสตร์หรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาเหล่านั้นมักมีคุณสมบัติหลายประการ แต่มีอยู่ประการหนึ่งที่คนสำคัญหรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จมีเหมือนๆกันก็คือ การสู้ไม่ถอย
                คนเรามีสิทธิ์ท้อได้ แต่คนที่สู้ไม่ถอยเท่านั้น จึงจะนำพาตัวเองผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ ถ้าท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ท่านจำเป็นจะต้องปลูกฝังอุปนิสัย “ สู้ไม่ถอย ” ไว้กับตัวของท่านเอง
-                   โคลัมบัส นักเดินทาง นักเสี่ยงภัย ได้เดินทางท่ามกลางทะเลมหาสมุทร แอตแลนติก เพื่อหาทาง
ไปยังประเทศอินเดีย ซึ่งคนในยุคนั้นไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้  เขาต้องต่อสู้กับคำสบประมาท การถูกดูถูก อีกทั้งต้องต่อสู้กับกลาสีเรือที่ต้องการเดินทางกลับบ้านในระหว่างการเดินทางอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร แอตแลนติก จากความเด็ดเดี่ยวและหัวใจที่สู้ไม่ถอย ทำให้เขาค้นพบดินแดนใหม่ ก็คือ ทวีปอเมริกา
-                   แลนซ์ อาร์มสตรอง นักปั่นจักรยานมืออาชีพ เมื่อเขาทราบว่าเขาเป็นโรคมะเร็งในปอด เขาเข้า
รับการรักษาและรับคีโม แม้ร่างกายตอนนั้นเขาจะย่ำแย่ แต่สภาพจิตใจของเขา “ สู้ไม่ถอย” การปั่นจักรยานเป็นกีฬาและอาชีพที่เขารัก เขาจึงตัดสินใจเข้าแข่งขันในสนามที่โหดที่สุดหรือยากที่สุด เขาทุ่มเทกำลังในการซ้อม ซ้อม และซ้อม อย่างหนัก จนในที่สุดเขาเป็นแชมป์และได้รับรางวัลต่างๆจากการแข่งขันจักรยานอีกหลายสนาม
-                   หลวงวิจิตรวาทการ ท่านเป็นนักเขียน นักการเมือง นักการทูต นักคิด นักอะไรอีกมากมาย เคย
มีคนไปถามท่านว่า ตอนที่ท่านอยู่ในคุกเพราะเจอวิกฤตชีวิตทางด้านการเมือง “ ท่านทำไมอยู่ได้ตั้งนาน ท่านไม่ทุกข์บ้างหรือ ” ท่านตอบกลับว่า “ ท่านจะทุกข์ได้อย่างไรเพราะภายในคุกมีงานให้ท่านทำตั้งมากมาย” ท่านจึงสามารถผลิตผลงานต่างๆได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะงานเขียนหนังสือ ก็ด้วยหัวใจที่  “สู้ไม่ถอย” ขนาดคุกยังไม่สามารถมาปิดกั้นในการทำงานของท่านได้
-                   ยายไฮ ขันจันทา นักต่อสู้แห่งจังหวัดอุบลราชธานี  ยายไฮได้ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม ที่ถูก
ทางการเวนคืนที่ดินที่เป็นสิทธิทำกินของเธอไปสร้างเขื่อน เป็นเวลาถึง 27 ปี ด้วยความมีหัวใจที่ “สู้ไม่ถอย” ยายไฮ จึงเป็นผู้ชนะในที่สุด
-                   สตีฟ จอบส์  คนบ้าอะไรสู้ไม่ถอย เป็นอีกคนหนึ่งที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว เขาตัดสินใจลาออกจาก
มหาวิทยาลัย แล้วเลือกทำในสิ่งที่เขารักโดยเขาตั้งบริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ จนสร้างความร่ำรวยได้อย่างมากมาย  ตอนเขาอายุ 30 ปี เขาถูกไล่ออกจากบริษัทแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเอง เนื่องจากผู้บริหารที่เขาจ้างและเชิญมาให้ทำงานร่วมกับเขารวมหัวกับกรรมการบริษัทไล่เขาออก แต่ด้วยความมีหัวใจที่ “ สู้ไม่ถอย” เขาก่อตั้งบริษัท Next และ Pixar สร้างการ์ตูนแอนิเมชั่น จนประสบความสำเร็จมากมาย ในที่สุด บริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ได้ซื้อบริษัท Next  จึงทำให้เขาได้กลับไปยังบริษัทแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์อีกครั้ง
                ดังนั้น การสู้ไม่ถอย จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนๆหนึ่งประสบความสำเร็จ และเช่นกัน การสู้ไม่ถอย ได้ทำให้คนจำนวนมากเกิดความล้มเหลวเพราะการเลิกล้ม ไม่ยอมเดินหน้าต่อ ไปยังจุดมุ่งหมายปลายทาง

                เอเมอร์สัน นักปราชญ์ชาวอเมริกา กล่าวไว้ว่า “ ผู้ที่เชื่อว่าตนเองสามารถทำได้นั้น จะเป็นผู้ชนะเสมอ” และ “จงทำงานที่ท่านกลัวเถิด แล้วเจ้าความกลัวก็จะหายไปอย่างแน่นอน”

สู้ไม่ถอย

สู้ไม่ถอย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
                บุคคลสำคัญๆในประวัติศาสตร์หรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาเหล่านั้นมักมีคุณสมบัติหลายประการ แต่มีอยู่ประการหนึ่งที่คนสำคัญหรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จมีเหมือนๆกันก็คือ การสู้ไม่ถอย
                คนเรามีสิทธิ์ท้อได้ แต่คนที่สู้ไม่ถอยเท่านั้น จึงจะนำพาตัวเองผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ ถ้าท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ท่านจำเป็นจะต้องปลูกฝังอุปนิสัย “ สู้ไม่ถอย ” ไว้กับตัวของท่านเอง
-                   โคลัมบัส นักเดินทาง นักเสี่ยงภัย ได้เดินทางท่ามกลางทะเลมหาสมุทร แอตแลนติก เพื่อหาทาง
ไปยังประเทศอินเดีย ซึ่งคนในยุคนั้นไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้  เขาต้องต่อสู้กับคำสบประมาท การถูกดูถูก อีกทั้งต้องต่อสู้กับกลาสีเรือที่ต้องการเดินทางกลับบ้านในระหว่างการเดินทางอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร แอตแลนติก จากความเด็ดเดี่ยวและหัวใจที่สู้ไม่ถอย ทำให้เขาค้นพบดินแดนใหม่ ก็คือ ทวีปอเมริกา
-                   แลนซ์ อาร์มสตรอง นักปั่นจักรยานมืออาชีพ เมื่อเขาทราบว่าเขาเป็นโรคมะเร็งในปอด เขาเข้า
รับการรักษาและรับคีโม แม้ร่างกายตอนนั้นเขาจะย่ำแย่ แต่สภาพจิตใจของเขา “ สู้ไม่ถอย” การปั่นจักรยานเป็นกีฬาและอาชีพที่เขารัก เขาจึงตัดสินใจเข้าแข่งขันในสนามที่โหดที่สุดหรือยากที่สุด เขาทุ่มเทกำลังในการซ้อม ซ้อม และซ้อม อย่างหนัก จนในที่สุดเขาเป็นแชมป์และได้รับรางวัลต่างๆจากการแข่งขันจักรยานอีกหลายสนาม
-                   หลวงวิจิตรวาทการ ท่านเป็นนักเขียน นักการเมือง นักการทูต นักคิด นักอะไรอีกมากมาย เคย
มีคนไปถามท่านว่า ตอนที่ท่านอยู่ในคุกเพราะเจอวิกฤตชีวิตทางด้านการเมือง “ ท่านทำไมอยู่ได้ตั้งนาน ท่านไม่ทุกข์บ้างหรือ ” ท่านตอบกลับว่า “ ท่านจะทุกข์ได้อย่างไรเพราะภายในคุกมีงานให้ท่านทำตั้งมากมาย” ท่านจึงสามารถผลิตผลงานต่างๆได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะงานเขียนหนังสือ ก็ด้วยหัวใจที่  “สู้ไม่ถอย” ขนาดคุกยังไม่สามารถมาปิดกั้นในการทำงานของท่านได้
-                   ยายไฮ ขันจันทา นักต่อสู้แห่งจังหวัดอุบลราชธานี  ยายไฮได้ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม ที่ถูก
ทางการเวนคืนที่ดินที่เป็นสิทธิทำกินของเธอไปสร้างเขื่อน เป็นเวลาถึง 27 ปี ด้วยความมีหัวใจที่ “สู้ไม่ถอย” ยายไฮ จึงเป็นผู้ชนะในที่สุด
-                   สตีฟ จอบส์  คนบ้าอะไรสู้ไม่ถอย เป็นอีกคนหนึ่งที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว เขาตัดสินใจลาออกจาก
มหาวิทยาลัย แล้วเลือกทำในสิ่งที่เขารักโดยเขาตั้งบริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ จนสร้างความร่ำรวยได้อย่างมากมาย  ตอนเขาอายุ 30 ปี เขาถูกไล่ออกจากบริษัทแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเอง เนื่องจากผู้บริหารที่เขาจ้างและเชิญมาให้ทำงานร่วมกับเขารวมหัวกับกรรมการบริษัทไล่เขาออก แต่ด้วยความมีหัวใจที่ “ สู้ไม่ถอย” เขาก่อตั้งบริษัท Next และ Pixar สร้างการ์ตูนแอนิเมชั่น จนประสบความสำเร็จมากมาย ในที่สุด บริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ได้ซื้อบริษัท Next  จึงทำให้เขาได้กลับไปยังบริษัทแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์อีกครั้ง
                ดังนั้น การสู้ไม่ถอย จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนๆหนึ่งประสบความสำเร็จ และเช่นกัน การสู้ไม่ถอย ได้ทำให้คนจำนวนมากเกิดความล้มเหลวเพราะการเลิกล้ม ไม่ยอมเดินหน้าต่อ ไปยังจุดมุ่งหมายปลายทาง

                เอเมอร์สัน นักปราชญ์ชาวอเมริกา กล่าวไว้ว่า “ ผู้ที่เชื่อว่าตนเองสามารถทำได้นั้น จะเป็นผู้ชนะเสมอ” และ “จงทำงานที่ท่านกลัวเถิด แล้วเจ้าความกลัวก็จะหายไปอย่างแน่นอน”

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การตลาดเชิงยุทธ์

การตลาดเชิงยุทธ์
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
                กลยุทธ์ทางการตลาดมีความสำคัญมาก ในการนำไปปรับใช้เพื่อต่อสู้กับคู่แข่งขันทางการตลาด ซึ่งในภาวการณ์แข่งขันในปัจจุบันมีความรุนแรง  มีความไร้พรมแดน มากกว่าในอดีต กลยุทธ์ทางการตลาดจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังในการกำหนดการแพ้ชนะในการแข่งขันทางการตลาด ซึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญมีดังนี้
                กลยุทธ์การตั้งชื่อสินค้า ชื่อยี่ห้อ ชื่อสินค้า ชื่อผลิตภัณฑ์ มีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ เพราะหากเราใช้ชื่อนั้นไปแล้ว แล้วมาเปลี่ยนแปลงในภายหลัง ก็จะทำให้เรามีต้นทุนและเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น สำหรับหลักการตั้งชื่อที่ดีนั้น ควรมีลักษณะ  “ สั้น , ง่าย , ไม่ซ้ำ , จูงใจ , จดจำได้ง่าย ”
                สั้น คือ ควรใช้คำในการตั้งชื่อ 1- 2 พยางค์ (แฟ้บ , มาม่า , โค้ก , แม่โขง , กูเกิล ,ซัมซุง )หากมีความจำเป็นจะต้องใช้ 3-5 พยางค์ ควรให้มีความสอดคล้องกัน ( เอไอเอส ,โมโตโรร่า , อายิโนะโมะโต๊ะ  , ส ขอนแก่น ) ข้อดีของการตั้งชื่อที่มีความยาว คือทำให้เกิดความซ้ำซ้อนน้อยกว่า(ชื่อซ้ำกับผลิตภัณฑ์อื่น) การตั้งชื่อ 1-2 พยางค์
                ง่าย คือ เรียกง่าย เข้าใจง่าย ไม่ยาก ฟังแล้ว อ่านแล้ว ไม่ต้องแปลให้มาก สำหรับความง่ายนี่ เราควรคำนึงถึงว่า เราจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศหรือเปล่า หากว่าต้องการขยายฐานตลาดก็ควรตั้งชื่อให้เป็น ภาษาอังกฤษจะดีกว่าการตั้งชื่อเป็นภาษาไทย
                ไม่ซ้ำ คือ ชื่อไม่ควรซ้ำกับสินค้ายี่ห้ออื่น หรือ สินค้าประเภทต่างๆ เพราะอาจเจอเรื่องของลิขสิทธิ์ อีกทั้งเมื่อมีการประชาสัมพันธ์หรือทำการตลาดออกไปแล้ว ลูกค้าจะเกิดความสับสนขึ้นได้  การตั้งชื่อตามที่อยู่หรือแหล่งผลิตก็เช่นกันต้องพึ่งต้องระวังไม่ให้ซ้ำกัน เช่น ตั้งชื่อตามจังหวัด อำเภอ ตำบล ตัวอย่าง น้ำพริกศรีราชา , กล้วยตาก บางกระทุ่ม เป็นต้น
                จูงใจ คือ ชื่อที่ดีต้องจูงใจ เร้าใจ โดน ปัจจุบันนี้แม้แต่ชื่อหนังสือ ชื่อเพลง ก็ต้องออกมาในเชิงการจูงใจด้วยถึงจะขายดีหรือมีคนสนใจอยากที่จะติดตามฟัง เช่น เพลงรักเมียที่สุดในโลก ,เพลงเรื่องบนเตียง เป็นต้น
                จดจำได้ง่าย คือ ชื่อที่ดี หากว่าทำการโฆษณา ทำการประชาสัมพันธ์ออกไป ไม่นาน คนก็สามารถจดจำกันได้ในทันที
                ฉะนั้น การตั้งชื่อจึงเป็นกลยุทธ์หนึ่งของการทำการตลาด และเป็นเรื่องที่นักการตลาดไม่ควรละเลยในการตั้งชื่อให้เหมาะสมกับตัวสินค้า
                กลยุทธ์โปรโมชั่นมิกซ์ คือ การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การขายโดยตรงและการส่งเสริมการขาย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ ส่วนผสมทางการตลาด”
                การโฆษณา เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพราะหากว่าเรามีสินค้าดี แต่เราไม่สามารถทำให้คนรู้จักในวงที่กว้าง ก็จะทำให้ยอดขายของเราน้อย ซึ่งการโฆษณาที่ดีควรคำนึงถึงเรื่องของ การเข้าถึงคนจำนวนมาก , ค่าใช้จ่ายในการซื้อสื่อโฆษณา , การสร้างความถี่ในการโฆษณา เป็นต้น
                การประชาสัมพันธ์ เป็นการใช้สื่อเพื่อกระจายข่าวให้แก่สาธารณชน ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการโฆษณา อีกทั้งในยุคปัจจุบัน นักการตลาดมักให้ความสนใจในเรื่องของการประชาสัมพันธ์กันมากขึ้น ก็เนื่องมาจาก การประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการโฆษณา อีกทั้งสามารถจูงใจ สร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าด้วย
                การขายโดยตรง เป็นการใช้พนักงานขายเป็นสื่อในการขายโดยตรง  เพราะการอธิบายสินค้าโดยพนักงานขายจะทำให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจลูกค้าสามารถซักถามได้ทันที อีกทั้งหากพนักงานขายมีความสามารถในการนำเสนอ ก็สามารถจูงใจลูกค้าให้ซื้อสินค้าได้มากกว่า การขายโดยผ่านทางสื่อต่างๆ
                การส่งเสริมการขาย เป็นการจูงใจหรือเป็นการกระตุ้นยอดขายวิธีหนึ่งโดยผ่านช่องทางดังนี้ 1.ผ่านพนักงานขาย อาจให้ค่าคอมมิชั่นแก่พนักงานขายเพิ่มขึ้น 2.ผ่านทางร้านค้า อาจให้ผลประโยชน์ส่วนลดแก่ร้านค้า 3.ผ่านทางผู้บริโภคหรือลูกค้าโดยตรง เช่น ลด แลก แจก แถม
                ทั้งนี้ การใช้กลยุทธ์โปรโมชั่นมิกซ์ ควรคำนึงถึง ปัจจัยเหล่านี้ด้วย 1.จังหวะเวลาหรือช่วงเวลาในการนำไปใช้ 2.ความเหมาะสมหรือความสอดคล้องกับสินค้าหรือบริการของเรา และ 3.งบประมาณ มีความสำคัญมากๆ เพราะถ้าหากเรามีงบประมาณที่จำกัด การใช้โปรโมชั่นมิกซ์ บางอย่างอาจจะทำไม่ได้เป็นต้น
                กลยุทธ์สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ส่วนใหญ่ นักการตลาดมักใช้เรื่องของ การลดต้นทุน การสร้างความแตกต่างไปในทางที่ดีกว่าคู่แข่งขัน และความรวดเร็ว
                การลดต้นทุน เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางการตลาด เพราะว่าหากว่าเราขายสินค้าที่ถูกกว่า แต่มีคุณภาพเท่ากัน ลูกค้าก็มักจะซื้อสินค้าของเรามากกว่าคู่แข่ง นักการตลาดจึงต้องหาวิธีในการลดต้นทุนลงเพื่อที่จะได้ขายสินค้าในราคาถูกกว่าคู่แข่งขัน
                การสร้างความแตกต่างไปในทางที่ดีกว่าคู่แข่งขัน เป็นกลยุทธ์หนึ่ง ที่ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าจากเรา หากว่าเราไม่สามารถทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งได้ นักการตลาดที่ดีก็ควรเลือกกลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างไปในทางที่ดีกว่าสินค้าของคู่แข่งขัน การสร้างความแตกต่างจะทำให้ลูกค้าไม่สามารถอ้างได้ว่า สินค้าคู่แข่งถูกกว่า ก็เนื่องจากว่าสินค้า ไม่เหมือนกันหรือแตกต่างกันนั้นเอง จึงทำให้การตั้งราคามีความแตกต่างกัน
                ความรวดเร็ว เป็นกลยุทธ์หนึ่ง ที่ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการจากเรา ถ้าสมมุติว่า เราจะเลือกซื้อสินค้าชนิดหนึ่ง เราเข้าไปในร้าน 3 ร้าน ร้านที่ 1 บอกว่า หากจ่ายเงินวันนี้จะได้ของอีก 7 วัน  สำหรับร้านที่ 2 บอกว่า ถ้าจ่ายเงินวันนี้มารับของได้เลยอีก 3 วัน และร้านที่ 3 บอกว่า ถ้าจ่ายเงินวันนี้ เดี๋ยว 5 นาที รอรับของได้เลย ถามว่า เราจะเลือกซื้อร้านไหน ถ้าปัจจัยอื่นๆ มีความเหมือนกันทุกประการ คำตอบก็คือ เราเกือบทุกคนจะเลือกร้านที่ 3
                ฉะนั้น กลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน จึงเป็นตัวกำหนดยุทธศาสตร์ในระยะยาวในการต่อสู้สมรภูมิทางการตลาด ว่าเราจะเลือกเดินในทิศทางใด
                กลยุทธ์การนำสินค้าใหม่เข้าตลาด ในยุคปัจจุบัน มีสินค้ามากมายให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ การนำเสนอสินค้าใหม่เพื่อเข้าตลาด จึงมีความสำคัญมากเพราะหากว่าถ้าเข้าผิดที่ ผิดเวลา หรือไม่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า สินค้านั้นก็จะตายไปจากตลาดในที่สุด ดังนั้น การนำสินค้าใหม่เข้าตลาดจึงควรคำนึงถึงปัจจัยดังนี้
                การตั้งราคาสินค้าใหม่ (จะตั้งราคาต่ำกว่า สูงกว่าหรือเท่ากับคู่แข่งขัน), กลยุทธ์การโฆษณาสินค้าใหม่(การใช้สื่อต่างๆในการโฆษณา ช่วงจังหวะในการโฆษณา ความถี่ในการโฆษณา งบประมาณในการโฆษณา) , กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาด( 4 P ผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจัดจำหน่าย ราคาและการส่งเสริมการตลาด)
                กลยุทธ์แห่งสงคราม เป็นการปรับพิชัยสงครามของจีนเพื่อนำมาใช้ในทางการตลาด เช่น กลยุทธ์แบบกองโจร , กลยุทธ์การตีปีกข้าง , กลยุทธ์การตีโอบ , กลยุทธ์การโจมตีแบบเผชิญหน้า เป็นต้น

                ฉะนั้น นักการตลาดที่ดีและเก่ง ควรทำการศึกษาและเรียนรู้ ศาสตร์ทางการตลาดทั้งใหม่และเก่าอยู่เสมอ อีกทั้งต้องมีศิลปะในการนำเอาศาสตร์ทางการตลาดมาประยุกต์ เพื่อที่จะได้นำศาสตร์ต่างๆไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ